พลังของการอ่านเปลี่ยนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

0
961
พลังของการอ่านเปลี่ยนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
พลังของการอ่านเปลี่ยนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ผมออกตัวเลยว่าเป็นคนหนึ่งที่ขี้เกียจกับการอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก และไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากจะอ่านหนังสืออะไรเลย แต่เมื่อผมได้ตั้งเป้าหมายในการอ่านขึ้นมาเพราะมีเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองอยู่ ผมก็เลือกที่จะอ่านหนังสือมากขึ้น ผมอ่านได้สัปดาห์ละ 2 เล่ม จากเป็นคนที่ขี้เกียจมาก ผมใช้เวลาอ่านหนังสือแค่บนรถไฟฟ้าเท่านั้น ระหว่างไปและกลับจากที่ทำงาน จนผมเริ่มสัมผัสได้ว่า มีพลังหลายอย่างค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเราเพียงแค่เราอ่านหนังสือ

#1 ทำให้เรามี Mindset ในหลายหลายแบบ จากคนหลายวงการ สามารถนำมาใช้ตัดสินใจและวางกระบวนการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนขึ้น

หนังสือแต่ละเล่ม ถูกเขียนจากผู้คร่ำหวอดประสบการณ์ในวงการธุรกิจ งาน ที่แตกต่างกัน เติบโตมาในมุมมองที่แตกต่างกัน และสั่งสมมาหลายปี แต่ด้วยที่เราอ่านหนังสือในเรื่องนั้น ๆ เราจะเริ่มเข้าใจถึงมุมมองความคิด กระบวนการ ผมมักเรียกว่า Mindset คือแนวความคิดที่ส่งผลออกมาเป็นการกระทำ

Mindset จากผู้นำองค์กรธุรกิจ หรือคนที่เป็น Expert ในด้านนั้นกว่าจะได้มาต้องผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน อาจต้องล้มหลายครั้ง จนเขากลั่นออกมาเป็นข้อมูลให้เราได้อ่านโดยที่เราแค่หยิบหนังสือขึ้นมา อ่าน คิดใคร่ครวญ และปรับใช้ เราไม่ต้องไปเผชิญกับสิ่งแย่ ๆ ล้มเหลวด้วยตัวเอง

ผมยกตัวอย่างสักเรื่อง เช่น Mindset ที่เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างแก้ได้ เชื่อสิว่าหลายคนอาจจะมีปัญหาและคิดว่ามันใหญ่โตมาก ๆ อาจจะเป็นเรื่องหนี้สิน หรือภาระการทำงานที่เราคิดว่าหนักเกินไป แต่การอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ Mindset เหล่านี้ สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดและส่งผลต่อพฤติกรรมได้โดยที่เราแค่อ่านแล้วค่อย ๆ คิดตาม ปรับปรุงตัวเองตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำมาเท่านั้นเอง

ภาพจาก AZ Quote : Waren Buffet อ่านหนังสืออย่างต่ำวันละ 500 หน้า และเขาก็พูดด้วยว่าการอ่านหนังสือเหมือนเพิ่มพูนความรู้แบบดอกเบี้ยทบต้น
ภาพจาก AZ Quote : Waren Buffet อ่านหนังสืออย่างต่ำวันละ 500 หน้า และเขาก็พูดด้วยว่าการอ่านหนังสือเหมือนเพิ่มพูนความรู้แบบดอกเบี้ยทบต้น

#2 ทำให้เราคิดทบทวนกับสิ่งที่ผ่านเข้ามาในความคิดมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น ความคิดเฉียบคมมากขึ้น

พื้นฐานการอ่านที่เกิดผลจริง ๆ เราต้องอ่าน คิด วิเคราะห์ นำมาพิจารณา และนำมาปรับใช้ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะต้องใช้สมาธิ ความคิด และแรงจูงในของเราในการอ่าน การนำมาใช้อย่างม่ำเสมอ แรก ๆ อาจจะไม่ชิน แต่พอทำได้แล้วเราจะรู้สึกว่าสมาธิเราเริ่มมีมากขึ้น ใจเย็นลงกว่าเดิม และความคิดในการตัดสินใจเราจะเริ่มมีความเฉียบคมมากขึ้น จากเดิมเราไม่เคยคิดเป็นกระบวนการ เราก็จะเริ่มมีขั้นตอนในการคิด การตัดสินใจ มองเห็นภาพกว้างในแผนการและการกระทำมากขึ้น

เรื่องพวกนี้ไม่ได้มโนนะครับ การอ่านทำให้เรามองเห็นภาพและประสบการณ์ต่าง ๆ จากผู้เขียนหลายอย่าง และถ้าเรานำมาปรับใช้ มันโคตรจะเป็นวิธีลัดในการพัฒนาตัวเองโดยการใช้เวลาสั้น ๆ แค่นั้นเองครับ ยิ่งถ้าใครฝึกฝนด้วยการอ่านและปฏิบัติตามควบคู่กัน การพัฒนาตัวเองของคน ๆ นั้นจะน่ากลัวมากโคตร ๆ ยิ่งเขาได้เพื่อนที่ช่วยไกด์หรือเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาตัวเอง หรือพัฒนางานรวมกัน ผมบอกเลยเขาเป็นคู่แข่งที่โคตรจะน่ากลัวเลยทีเดียว

#3 การอ่านหนังสือทำให้เรามีประสบการณ์ใช้สอนคนอื่นได้ด้วย

มนุษย์เราจะรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองอย่างมาก เมื่อเรามีคุณค่าและอิทธิพลในเชิงบวกต่อชีวิตผู้อื่น การอ่านหนังสือทำให้เราสามารถผนึกประสบการณ์ ความคิดของเราเอง เข้าไปร่วมกับประสบการณ์อื่น ๆ ที่เรารับมา และกลั่นออกมาเป็นความรู้ใหม่ แนวความคิดใหม่ เพื่อที่จะส่งต่อสิ่งที่ดีเหล่านี้ต่อคนอื่น ๆ เราจะเห็นได้ว่าคุณที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น เขาได้ให้คุณค่ากับชีวิตผู้อื่นด้วย ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

จะเป็นอย่างไรถ้าคุณรู้สึกว่า ตัวคุณสามารถเป็นที่ปรึกษาชีวิตให้กับเพื่อน ๆ พี่น้องคนอื่นได้ เป็นเรื่องที่เรารู้สึกดีมาก และมีความสุขกับคุณค่าในชีวิตที่เราได้มอบให้กับเขา มันเริ่มได้ด้วยการอ่านหนังสือสักเล่มที่เกี่ยวกับชีวิตของเรา งานของเรา หรือสิ่งที่เราชอบ และหาโอกาสที่จะมอบประสบการณ์เหล่านั้นส่งต่อให้กับคนอื่น ๆ ครับ

ยังมีพลังอีกหลายสิ่งหลายอย่างมากที่เกิดขึ้นได้ด้วยการแค่หยิบหนังสือสักเล่มขึ้นมาอ่าน ผมเชื่อนะว่าคุณอาจจะคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าพลังของการอ่านมันมีมากมายมหาศาลแค่ไหน อยากให้กำลังใจสำหรับคนที่คิดว่าไม่มีเวลา ลองเปิดโอกาสพัฒนาตัวเองดูครับ ผมเชื่อว่าจะเปลี่ยนชีวิตคุณได้หลายอย่างเลย

Leave a Reply