RAW vs JPEG ต่างกันยังไง ข้อดี-ข้อเสีย และการนำไปใช้งานจริง

0
9872
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง RAW vs JPEG

RAW vs JPEG ต่างกันยังไง เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่มักจะได้ยินกันอยู่เป็นประจำของช่างภาพ ที่หลายคนก็ชื่นชอบที่จะถ่ายภาพด้วยไฟล์ JPEG และก็มีหลายคนที่บอกว่ายังไงก็จะถ่ายทุกภาพด้วยไฟล์ RAW เท่านั้น ซึ่งนั้นคงเป็นเรื่องของความถนัดและความสะดวกสบายในการนำรูปถ่ายไปใช้งานต่อนั่นเอง แต่สำหรับช่างภาพมือสมัครเล่นที่เพิ่งจะเริ่มต้นจับกล้องได้เพียงไม่นานอาจจะมีความสงสัยกันอยู่ไม่น้อยว่า เจ้าไฟล์ทั้งสองอย่างนี้มันมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และแบบไหนเหมาะกับการใช้งานรูปแบบใดมากกว่ากัน ลองมาหาคำตอบกันเลย

RAW vs JPEG ต่างกันยังไง, RAW vs JPEG
RAW vs JPEG ต่างกันยังไง, RAW vs JPEG

JPEG คืออะไร

ไฟล์ JPEG นั้นเป็นไฟล์รูปภาพที่กล้องสามารถบันทึกออกมาได้ผ่านกระบวนการในการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ที่ระบบของกล้องแต่ละตัวจะเป็นตัวกำหนด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสีผิว, สีของต้นไม้หรือท้องฟ้าต่างๆ รวมทั้งสัญญาณภาพรบกวน (Noise) โดยถ้าบันทึกภาพถ่ายด้วยไฟล์ JPEG ภาพที่ได้จะสามารถนำไปใช้งานได้ทันที หรือหากต้องการนำไปปรับแต่งก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่ข้อจำกัดของไฟล์ JPEG ก็คือภาพจะถูกบีบอีดมาจากการประมวลผลของกล้องแล้ว ซึ่งนั้นทำให้ขอบเขตในการดึงแสงและสีต่างๆ ในโปรแกรมอย่าง Lightroom เป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้น เพราะมีข้อจำกัดอยู่นั่นเอง

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง RAW vs JPEG, RAW vs JPEG ต่างกันยังไง, RAW vs JPEG
RAW vs JPEG ต่างกันยังไง,

ข้อดีของการถ่ายภาพด้วยไฟล์ JPEG

  • ได้ไฟล์ภาพทันที สามารถส่งต่อเข้าสมาร์ทโฟน แชร์ขึ้นโซเชียลได้เลย
  • ไฟล์มีขนาดเล็ก กล้องถ่ายภาพต่อเนื่องได้มากขึ้น ต่อเนื่องขึ้น เคลียร์ข้อมูลจากกล้องลงเมมได้เร็ว
  • สามารถใช้คำสั่งของกล้องแต่งสีเข้าไปได้ทันที ถ่ายปุ๊บก็ได้สีแบบนั้นปั๊บ
  • สามารถใช้คำสั่งของกล้องแก้ไขส่วนที่ผิดพลาดของอุปกรณ์ได้ เช่น ขอบมืด ขอบม่วง สัญญาณรบกวน(Noise) ได้ทันที

ข้อเสียของการถ่ายภาพด้วยไฟล์ JPEG

  • นำภาพมาแต่งได้ยากกว่า เพราะไฟล์ถูกบีบอัดข้อมูล และตกแต่งมาแล้ว
  • การแก้ไขข้อผิดพลาดจากการถ่าย เช่น White Balance จะแก้ไขได้ลำบากกว่า เพราะไฟล์ภาพถูกบีบอัดข้อมูลมาแล้ว ทำให้ขั้นตอนตกแต่งแก้ไขไม่ยืดหยุ่นเท่าไฟล์ RAW
  • เสียโอกาสที่จะนำภาพที่ถ่ายได้ มาใช้ร่วมกับ Software ตัวใหม่ ๆ ที่ถูกพัฒนา เพราะด้วยเหตุผลเดียวกับข้อที่แล้วคือไฟล์ถูกแบบอัดข้อมูลมาแล้ว

RAW คืออะไร

สำหรับการถ่ายภาพด้วยไฟล์ RAW นั้น จะเป็นการถ่ายภาพด้วยไฟล์ดิบหรือพูดง่าย ๆ ก็คือภาพที่ได้จะไม่ผ่านการประมวลผลหรือการตกแต่งด้วยระบบอัจฉริยะของกล้องแต่อย่างใด ฉะนั้นภาพที่บันทึกด้วยไฟล์ RAW จะดูเป็นกลางสุด ๆ ตามที่กล้องเก็บมาได้แหละ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยความที่มันเป็นไฟล์ดิบ ก็เหมือนกับอาหารที่ยังไม่ผ่านการปรุง ฉะนั้นแล้ว เราจึงสามารถที่จะนำเอาความดิบนั้นมาปรุงแต่งเพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลาย และเติมแต่งสีสันได้อย่างไร้ขอบเขต ซึ่งปัจจุบันก็มีโปรแกรมมากมายที่รองรับภาพถ่ายที่เป็นไฟล์ RAW

เมื่อรู้ความหมายของทั้ง JPEG และ RAW กันแล้ว เชื่อว่าก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังสงสัยกันอยู่ว่า “แล้วไอ้เจ้าไฟล์สองอย่างนี้มันเหมาะจะใช้งานกับการถ่ายประเภทไหนบ้าง?” แน่นอนว่าเราก็มีคำแนะนำสำหรับการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับแต่ละไฟล์มาฝากกันด้วย

RAW vs JPEG ต่างกันยังไง, RAW vs JPEG
RAW vs JPEG ต่างกันยังไง,

ข้อดีของการถ่ายภาพด้วยไฟล์ RAW

  • ได้ไฟล์ที่เป็นต้นฉบับของตัวกล้องจริง นำมาใช้ปรับแต่งได้สุดมาก
  • ไฟล์ RAW เป็นไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่มาก ทำให้เราสามารถปรับค่าหลายอย่างเพื่อแก้ไขให้ภาพสมบูรณ์ได้มากขึ้น เช่น White Balance สามารถปรับทีหลังได้, การดึงรายละเอียดของค่าความสว่าง, การดึงรายละเอียดส่วนมืด เป็นต้น
  • ช่วยให้ช่างภาพทำงานได้สะดวก เช่น แม้ภาพจะถ่ายพลาดมา อาจจะมืดกว่าปกติ หรือสว่างกว่าปกติก็สามารถปรับแต่งได้
  • เหมาะกับคนที่ต้องการไฟล์ภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

ข้อเสียของการถ่ายภาพด้วยไฟล์ RAW

  • ไฟล์มีขนาดใหญ่กว่า JPEG หลายเท่า เช่น กล้องผม JPEG 15-20MB แต่ RAW จะมีขนาดเกือบ ๆ 100MB เลย ทำให้เวลาถ่ายภาพงานต่าง ๆ ต้องวางแผนให้เหมาะสม งานไหนควรถ่าย RAW งานไหนควรถ่าย JPEG
  • อุปกรณ์บันทึกข้อมูลเต็มเร็วมาก ทั้ง Memory Card,External Hard Disk, Solid State Drive
  • ไม่สามารถนำภาพไปใช้ได้ทันทีเมื่อเทียบกับ JPEG เพราะไฟล์ RAW ต้องผ่านซอฟต์แวร์ Converter File ก่อน และใช้เวลามาก
  • เวลาเลือกภาพมาแต่งปริมาณมาก ๆ ทำให้เหนื่อย เสียอารมณ์ในการแต่งภาพและการทำงานพอสมควร ควรบริหารเวลาให้ดี
  • ไฟล์กล้องที่มีความละเอียดสูง 30 Megapixel ขึ้นไป คอมพิวเตอร์จะรับภาระหนักในการโปรเซสภาพ ยิ่งทำงานหลายซอฟต์แวร์ที่มีความซับซ้อน ทำหลายต่อ หลายเลเยอร์ เครื่องคอมฯ ต้องแรง เร็ว ไม่งั้นทำงานช้าลงมากเหมือนกัน
ไฟล์ RAW มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทีียบกับ JPEG, RAW vs JPEG ต่างกันยังไง, RAW vs JPEG
ไฟล์ RAW มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทีียบกับ JPEG, RAW vs JPEG ต่างกันยังไง, RAW vs JPEG

RAW & JPEG กับการนำไปใช้งานจริง

1. ช่างภาพสายข่าว โดยส่วนใหญ่แล้วการถ่ายภาพเพื่อทำข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวการแต่งงาน หรือข่าวสางครามต่างๆ การถ่ายภาพเหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายด้วยไฟล์ RAW เนื่องจากว่า เราสามารถที่จะนำมาปรับแต่งให้ภาพนั้นมีอารมณ์ที่สื่อถึงผู้ชมได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง (แต่ถ้าสายข่าวที่เน้นเร็ว ๆ ก็ JPG แน่นอน อันนี้แล้วแต่)

2. ต้องการเน้นรายละเอียดและรูปแบบต่างๆ ในภาพ สำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการสื่อถึงเรื่องราวของสิ่งของ, วัตถุ หรือธรรมชาติ การถ่ายภาพเหล่านี้ก็เหมาะมากหากจะใช้ไฟล์ RAW เป็นตัวบันทึก เพราะมันสามารถนำมาใช้งานได้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน

3. การถ่ายภาพเพื่อให้แสดงผลทันที ในกรณีนี้อาจจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องนำเสนอลูก้าในทันทีโดยไม่ผ่านการตกแต่งเพิ่มเติม ซึ่งในกรณีแบบนี้การถ่ายภาพด้วยไฟล์ JPEG จึงเป็นคำตอบ แต่กรณีที่ตัวงานสามารถยืดหยุ่นได้ ก็บันทึกในรูปแบบ JPEG+RAW ได้เช่นกัน

4. การถ่ายภาพลงโซเชียล เน้นความเร็ว ไม่อยากตกแต่งอะไรเยอะมาก แน่นอนว่าการถ่ายภาพแบบนี้ JPEG คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะเป็นภาพที่ไม่ต้องเน้นรายละเอียดที่เจาะลึกมากนัก

5. การมีพื้นที่เซฟข้อมูลจำกัด บางครั้งการพกกล้องไปท่องเที่ยวก็จำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่ในการ์ดเพียงพอ แต่สำหรับบางคนแล้ว ก็อาจมีกรณีที่จำเป็นต้องใช้รูปจำนวนมากๆ ฉะนั้นการใช้ไฟล์ JPEG จึงดีที่สุด

6. การถ่ายภาพบุคคล การถ่ายภาพบุคคลสามารถใช้ได้ทั้ง JPEG และ RAW (ส่วนใหญ่จะ RAW) ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานต่อไป หากต้องการที่จะเก็บรายละเอียดของภาพให้ได้มากที่สุดไฟล์ RAW เป็นตัวเลือกที่คู่ควร แต่หากใช้ถ่ายทั่วไปแล้วละก็จัดไปเลย JPEG

7. ถ่ายภาพต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่แล้วการถ่ายภาพแบบนี้จะเป็นการถ่ายภาพกีฬาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต้องใช้การรัวชัตเตอร์ที่ค่อนข้างมาก ทำให้การถ่ายภาพแบบนี้ต้องใช้การบันทึกไฟล์แบบ JPEG เพราะส่วนใหญ่สายนี้ต้องเน้นความเร็วในการรายงานข่าว และลดขนาดของไฟล์ในการบันทึกนั่นเองครับ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นความแตกต่างระหว่าง JPEG และ RAW ที่หลายคนสงสัยกัน ซึ่งหากอ่านเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เห็นภาพและไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง ฉะนั้นแล้วหยิบกล้องของคุณขึ้นมาแล้วลองถ่ายดูด้วยทั้งไฟล์ทั้งสองแบบที่จะเป็นตัวอย่างให้เห็นมุมมองได้ชัดเจนขึ้นครับ

Leave a Reply