9 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับเลนส์ Fix

0
3081
9 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อเลนส์ fix

เลนส์ Fix เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจข้อจำกัดเท่าไหร่นัก เพราะเราจะเคยชินกับเรื่องของเลนส์ Zoom มากกว่า เพราะเลนส์ซูมมันสะดวกมากในเรื่องของระยะที่ยืดหยุ่นกว่า แต่มันก็มีเรื่องข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ในเกรดเลนส์ปกติที่ไม่ใช่เกรดโปร เลนส์ยิ่งซูมระยะมากเท่าไหร่ รูรับแสงก็จะยิ่งแคบลง, การละลายหลังของเลนส์ซูมก็ทำได้น้อยกว่าเลนส์ฟิกซ์เมื่อเทียบกับระยะเดียวกัน ก็เพราะรูรับแสงเลนส์ฟิกซ์จะมากกว่านั่นเอง

เรียกง่าย ๆ ว่าเลนส์ Fix จะได้รูรับแสงที่กว้างกว่า คมกว่า ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายด้วย เพราะเดี๋ยวนี้เลนส์ฟิกซ์ราคาไม่แพงก็มีให้เลือกเยอะมากและคุณภาพก็โอเคด้วย แต่มือใหม่อาจจะต้องเข้าใจธรรมชาติของเลนส์ฟิกซ์ด้วยนะว่ามันมีอะไรบ้างที่ต้องรู้ มาดูกันครับ

1. เลนส์ Fix มันทำให้คุณทำงานหนักขึ้น (เดินเยอะกว่าเดิม)

เลนส์ฟิกซ์ ถูกเรียกตามระยะที่มันเป็นคือ ระยะคงที่ ดังนั้นเมื่อเราต้องการจะซูมเข้าหรือซูมออก ต้องใช้ระบบ “ซูมเท้า” ต้องเดินเข้าออกเองครับ ถ้าถ่ายภาพทั่วไปมันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราต้องถ่ายงานอีเวนต์ หรือต้องแข่งกับเวลาในการถ่ายภาพตอนนั้น เราต้องเร็วมากขึ้น และต้องฝึกฝนมุมมองด้วยเลนส์ระยะเดียวตลอดเวลา

2. น้ำหนักไม่ได้เบาเสมอไป

ด้วยเลนส์ Fix ในระดับมาตรฐาน น้ำหนักเลนส์ฟิกซ์ก็ไม่ได้เยอะมากอะไรครับ แต่เมื่อมันเป็นเลนส์ในระดับโปรเมื่อไหร่ มันจะมาพร้อมกับน้ำหนักที่มากขึ้น เพราะด้วยที่รูรับแสงเลนส์ Fix ระดับโปรนั้นจะมาพร้อมรูรับแสงที่กว้าง (ส่วนใหญ่ F1.4) บอดี้มีการออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศมากขึ้น ชิ้นเลนส์ที่มีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นไม่แปลกถ้าจะเจอเลนส์ Fix ที่มันมีน้ำหนักที่มากเหมือนกัน ดังนั้นถ้าจะใช้เลนส์ฟิกซ์ระดับโปรหลาย ๆ ตัวก็ต้องวางแผนให้ดีขึ้นครับ โดยเฉพาะตอนไปเที่ยว หรือตอนที่ต้องแบกเลนส์หลาย ๆ ตัวตลอดเวลาอาจจะไม่สนุกเสมอไป

3. รูรับแสงยิ่งกว้าง ก็มักจะมีข้อดีที่มากกว่า

อันนี้พูดถึงกรณีเลนส์ค่าย หรือเลนส์ในแบรนด์ที่ให้คุณภาพที่ดีนะ เลนส์กลุ่มนี้ที่มี F1.8 และ F1.4 หรือแม้แต่ F1.2 ก็เถอะ ถ้าหากว่าเลนส์มีรูรับแสงยิ่งกว้าง ก็จะช่วยชีวิตเราได้มากกว่า เพราะทำให้เราใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น และละลายหลังได้มากกว่า

แต่เสริมหน่อยนะว่า มันไม่ได้ดีที่สุดในทุกกรณี ซึ่งก็ดูแล้วแต่งานครับ แต่โดยภาพรวมแล้วเลนส์โปรที่รูรับแสงยิ่งกว้าง ก็ให้ข้อดีที่มากกว่าในหลาย ๆ เรื่องตามที่บอกไปครับ

4. ฝึกที่จะใช้งานในแต่ละสภาพแสงเสมอ

การใช้เลนส์ฟิกซ์ F1.8 หรือ F1.4 เรามักจะต้องเข้าใจการทำงานกับแสงอยู่เหมือนกัน เช่น บางคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพโดยใช้เลนส์พวกนี้ อาจจะมีกล้องที่ให้ความเร็วชัตเตอร์สูงสุดแค่ 1/4000, เมื่อไปเปิด F1.4 กลางแจ้ง อาจจะเกิดอาการ “สปีดตัน” คือเราไม่สามารถที่จะใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้มากกว่า 1/4000 ได้แล้ว ทำให้แสงมันล้น ตอนฝึกใหม่ ๆ ก็จะอาจจะต้องฝึกเข้าใจว่าในแต่ละสภาพแสงเราจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ในการควบคุมปริมาณแสงให้คล่องขึ้น เข้าใจว่ากล้องวัดแสงยังไงด้วย (ถ้า Mirrorless ก้อสะดวกขึ้น ดูผลจากจอ EVF ได้เลย)

นอกจากนี้ควรฝึกการถ่ายภาพในที่แสงน้อยไว้ด้วย เราจะได้เข้าใจความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องใช้เมื่อแสงมันน้อยลง อย่าลืมว่าการใช้เลนส์ฟิกซ์เราต้องเผื่อเวลาให้กับการเคลื่อนไหวของตัวเราด้วย ไม่ใช่เรื่องของแสงอย่างเดียว (กรณีที่รับงานอ่ะนะ) แต่ถ้าถ่ายชิล ๆ ก็ไม่ต้องซีเรียสอะไรมากครับ ถ่ายให้สนุกมากขึ้น รู้จักกับการถ่ายภาพในแต่ละสภาพแสงไว้ด้วย

5. เลือกระยะให้ถูกกับสไตล์ของตัวเอง

เลนส์ฟิกซ์นั้นให้คาแรคเตอร์ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องระยะครับ เพราะมันให้มิติภาพที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่นะมักจะมีระยะ 35mm,50mm และ 85mm (เมื่อเทียบกับกล้อง Full Frame) ดังนั้นมันจะตามมาด้วยมิติที่ต่าง และเอฟเฟคการเบลอที่มันต่าง ทีนี้จะเกิดคำถามว่า “เราควรเลือกเลนส์ฟิกซ์ระยะไหนดี?” ซึ่งแน่นอนว่าผมก็ตอบไม่ได้หรอกว่าควรเลือกระยะไหน

แต่สิ่งที่เราทำได้คือ “ดูให้เยอะ” และ “ทดลองถ่ายจากของจริง” แรก ๆ ผมจะไปดูระยะที่คาดหวังก่อน เช่น 35mm F1.4 ผมจะไปไล่ดูเลยว่า 35mm F1.4 เนี่ย มันได้ภาพแบบไหนบ้าง แล้วก็ไปดูระยะอื่นที่เราต้องการอีก ดูไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่า โอเคระยะนี้แหละที่เราน่าจะถนัดที่สุด, จากนั้นไปลองของจริงครับ อาจจะไปลองเล่นตามร้านที่มี Demo หรือว่าจะยืมเพื่อนมาลองถ่าย ๆ ดูหลาย ๆ รอบครับ (อย่าทำของเพื่อนพังซะล่ะ)

6. ระยะโฟกัสใกล้สุดที่เหมาะสมกับตัวเราเอง

มันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ? เกี่ยวสิ อย่างที่บอกว่าเลนส์ฟิกซ์มันไม่ได้สะดวกในเรื่องการซูมเท้า ดังนั้นระยะโฟกัสสั้นสุดมันสำคัญมาก ๆ เช่น เลนส์ 35mm เทียบกับเลนส์ 85mm มันอาจจะไม่ซีเรียสถ้าถ่ายนอกสถานที่ มีที่ให้ถอยหลัง แต่มันจะเริ่มนรกทันทีถ้า 85mm ต้องมาถ่ายภาพในห้องเล็ก ๆ คุณจะมีโอกาสหลังชนฝากันแทบจะแนบชิดเลยก็ได้ เพราะระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์จะทำได้น้อยลง เมื่อเลนส์มีระยะที่ยาวมากขึ้นครับ

 

ถ้าหากเลือกเลนส์ชิล ๆ ไปเที่ยวก็อาจจะเลือก 35mm,50mm ก็ได้ตามใจชอบ เพราะไม่ต้องถอยอะไรเยอะ 35 นี่แทบไม่ถอยเลย ยกถ่ายได้เลย แต่ 50mm อาจจะถอยนิด ๆ แต่มันจะไม่ชิลเลยถ้าต้องถือเลนส์ 85mm อยู่ เพราะเราต้องถอยบ่อย ๆ นี่ไม่รวมต้องมาจัดองค์ประกอบภาพในระหว่างที่ถอยด้วยนะ ดังนั้นเข้าใจระยะโฟกัสสั้นที่สุดของแต่ละเลนส์ไว้ด้วยก็ได้ครับ

7. ดูความคมชัดในรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์ก่อนตัดสินใจซื้อด้วย

เพราะอะไร เพราะว่าช่วงรูรับแสงกว้างสุดอย่าง F1.4 หรือ F1.8 มันจะเป็นช่วงที่เราใช้บ่อยที่สุด และสิ่งที่เราคาดหวังที่สุดคือความคมของมันด้วย ดังนั้นเมื่อเราตัดสินใจเลือกซื้อเลนส์ตัวนี้ ให้เราเช็คให้ดีว่าเลนส์ตัวนั้น ๆ คมถูกใจเราหรือเปล่าในช่วงที่ F กว้างสุด

8. ควรเลือกเลนส์ที่มีประกันศูนย์ในประเทศ ถ้าเป็นเลนส์เกรดโปรควรซื้อประกันเสริมเพิ่มด้วย(ถ้าไม่เป็นภาระจนเกินไป)

โดยปกติผมจะไม่พูดถึงเรื่องการค้าขาย เพราะคอนเทนต์ผมไม่ค่อยอยากไปแตะเรื่องแบบนั้นเท่าไหร่ แต่จะให้พูดตามความจริง คนที่เล่นเลนส์ F1.8 ส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มอยากจะไป F1.4 ที่เป็นเลนส์เกรดโปร อย่าง Nikon Nano,Canon L,Sony G-Master,SIGMA Art ซึ่งมันมีราคาสูงมากจริง ๆ และค่าซ่อมเลนส์พวกนี้กรณีที่เราไปเผลอพลาดมา มันแพงมากอยู่แล้ว กรณีไม่ใช่ประกันศูนย์ค่าแรงค่าอะไหล่ก็มักจะสูงขึ้นด้วย ดังนั้นผมจะไม่ค่อยเสี่ยงกับการใช้เลนส์หิ้วสักเท่าไหร่ แม้ว่ามันจะมีราคาถูกกว่าก็ตาม เพราะผมกลัวกรณีที่มีปัญหาแล้วค่าซ่อมมันจะเยอะ ยืดยาว ทั้งเวลาและค่าซ่อม

นอกจากนี้อย่างสไตล์ผมถ้าไปถ่ายรูปก็ลุย ๆ อยู่แล้ว ความเสี่ยงของการที่เลนส์มันจะพลาดมาก็มีดังนั้นเลยแนะนำจากใจว่าซื้อพวกประกันศูนย์ดีกว่าในเรื่อง Back Service ครับ แล้วมันขายมือสองต่อราคาไม่ค่อยตกด้วย

9. วางแผนให้ดีก่อนซื้อเลนส์ฟิกซ์เกรดโปร

กรณีคนที่จะย้ายค่าย หรือว่าจะอัพเกรดกล้องโดยต้องขยับเป็นเซ็นเซอร์ใหญ่ เช่น APS-C ไป Full Frame อาจจะต้องวางแผนว่าใช้เลนส์ Fix ที่มันใช้ได้ทั้ง Full Frame และ APS-C เวลาที่เปลี่ยนกล้องจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์อะไรแบบนั้นไปครับ และไม่ควรซื้อเลนส์ที่มันก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายของเรามากจนเกินไปครับ เลือกแต่พอดี บางทีอยากไป F1.4 แต่เงินไหวแค่ F1.8 ก็เลือกเท่าที่ไหวครับ ไม่อยากให้ฝืน เดี๋ยวผ่อนเลนส์หนัก ๆ ไป ถ่ายภาพไม่สนุกเพราะเป็นหนี้ก็ไม่ดีนะ

Leave a Reply