เทคนิคการถ่ายภาพความเร็วสูง และวิธีการถ่ายภาพแบบ Panning

1
4147
เทคนิคการถ่ายภาพความเร็วสูง

บางช่วงเวลาที่ดีที่สุดและน่าจดจำมากที่สุด สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างลูกสาวใครสักคนกำลังวิ่งเล่น หรือว่าในงานแต่งงานขณะที่บางสาวกำลังหอมแก้มกัน ฉากที่ประทับใจหลายอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นช่วงเวลาที่สั้นเอามาก ๆ ดังนั้นการถ่ายภาพความเร็วสูงจึงเป็นเทคนิคพื้นฐานในการถ่ายภาพเก็บบรรยากาศได้ดีครับ รวมถึงการถ่ายภาพแนวกีฬาได้ด้วย เรามาเริ่มกันดีกว่าครับ

1. ความเร็วชัตเตอร์ คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้

เมื่อเราต้องการจะจับภาพสิ่งที่เคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ หรืออะไรก็ตาม การที่จะหยุดภาพให้นิ่งกริ๊บนั้นอยู่ที่ความเร็วชัตเตอร์ครับ ซึ่งการเคลื่อนไหวที่เร็วมาก ๆ เราจะใช้ความเร็วชัตเตอร์อย่างน้อย 1/500 หรือสูงกว่านั้นอีก ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่างั้นเพิ่มเยอะ ๆ ไปเลยดีไหม จะได้นิ่งกริ๊บทุกภาพ แบบนั้นทำได้ครับแต่การที่ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นก็มีสิ่งที่ต้องแลกไปเหมือนกัน

เมื่อความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณแสงที่เข้ามาผ่านม่านก็น้อยลง ทำให้ภาพมืด ดังนั้นการถ่ายภาพที่ใช้ความเร็วสูง ๆ จะทำได้ดีเมื่อถ่ายกลางแจ้งอย่างสนามกีฬา หรือว่าพื้นที่นอกบ้านต่าง ๆ ที่แสงแดดมีมากพอจะให้ใช้ความเร็วสูง ๆ

คำถามที่เกิดคือแล้วถ้าหากว่าเราต้องการถ่ายภาพด้วยชัตเตอร์ความเร็วสูง แต่พื้นที่แสงที่น้อยกว่าที่กล่าวมาข้างต้นล่ะจะทำได้ยังไง? อ่านได้ที่ข้อถัดไปเลยครับ

Photo by Joe Neric on Unsplash
Photo by Joe Neric on Unsplash

2. การเปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุด เพื่อเพิ่มปริมาณแสง

รูรับแสงเป็นอีกปัจจัยที่จะมาช่วยให้เราใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้มากขึ้น เลือกค่า F ที่ต่ำ ๆ อย่าง F1.8, F1.4 ได้จะดีมาก เมื่อปริมาณแสงเข้ามากขึ้นก็ทำให้เราถ่ายภาพในพื้นที่แสงน้อยด้วยความเร็วที่มากขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามมันก็มีข้อควรระวังที่ตามมาครับ

เมื่อเลนส์เปิดรูรับแสงกว้างขึ้น มันก็จะทำให้เกิดการเบลอที่ง่ายขึ้นเหมือนกัน ความชัดลึก(ชัดทั้งภาพ) ก็จะน้อยลง ทำให้การละลายหรือเบลอ ในจุดที่ไม่ใช่จุดโฟกัสมันก็จะมีมาก ดังนั้นต้องเข้าใจถึงสิ่งที่จะตามมาในเรื่องนี้ด้วยครับ

Photo by Goh Rhy Yan on Unsplash
Photo by Goh Rhy Yan on Unsplash

3. เปิดแฟลช / ใช้แสงช่วย

การใช้แฟลชกับภาพเคลื่อนไหวจะช่วยให้เราจับภาพที่เคลื่อนไหวได้ดี เหมาะกับการถ่ายภาพอีเวนต์ หรือถ่ายบรรยากาศในบ้านที่เราสามารถเติมแสงด้วยแฟลชได้ ถึงจะเป็นอย่างนั้นการใช้แฟลชเราก็ยังต้องฝึกในการควบคุมแสงประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นกับแฟลชอยู่ดี เช่น ปริมาณแสงที่เหมาะสม หรือจะเป็นเรื่องของ ทิศทางการสะท้อนของแสง อันนี้เราต้องเข้าใจให้มากขึ้นนะครับ

Photo by Jeremy Bishop on Unsplash
Photo by Jeremy Bishop on Unsplash
Photo by Jani Brumat on Unsplash
Photo by Jani Brumat on Unsplash

4. ใช้ ISO ที่มากขึ้นบ้าง

การใช้ ISO ที่มากขึ้นช่วยให้เราสามารถเพิ่มความเร็วชัตเตอร์กล้องได้มากขึ้น เพราะเป็นการขยายสัญญาณในการรับภาพให้มากขึ้น ซึ่งเรียกได้ว่าดีเลยแหละ แต่การใช้ ISO สูงก็ต้องเข้าใจว่าโอกาสการเกิด Noise ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

สิ่งสำคัญอยู่ที่การเข้าใจ Output ของภาพว่าเราต้องการอะไร และยอมรับ ISO ได้มากแค่ไหน เพราะมันกำหนดแนวทางในการ Setting ค่าเลยแหละ ถ้ารับ ISO ได้มาก Setting ต่าง ๆ ก็จะเอื้ออำนวยต่อการถ่ายภาพด้วย Shutter Speed สูงตามไปด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ภาพที่เราอยากได้ว่าจะต้องเป็นยังไง

Photo by paul morris on Unsplash
Photo by paul morris on Unsplash

5. Panning Technique

เทคนิคแพนนิ่งเป็นการถ่ายภาพที่ทำให้เกิดฉากหลังที่เบลอ แล้วก็จุดที่เราโฟกัสนั้นชัดเจน โดยหัวใจคือความเร็วชัตเตอร์จะไม่ได้สูงมาก เผลอ ๆ ประมาณ 1/60 ด้วยซ้ำ พอถ่ายภาพแนวนี้แล้วเนี่ยจะทำให้ภาพเกิดมิติ และเอฟเฟคที่ดูเคลื่อนไหว เห็นเส้นของการเคลื่อนกล้องได้ชัดเจน เราจะเห็นภาพแบบนี้ตามสนามแข่งรถซะมากกว่า นิยมใช้กันเยอะ เรามาเริ่มดูเทคนิคนี้กันครับ

Panning Technique Photo by Tim Carey on Unsplash
Panning Technique Photo by Tim Carey on Unsplash

5.1 ลดความเร็วชัตเตอร์ให้น้อยลงกว่าการถ่ายภาพปกติ

อ่านไม่ผิดครับ เราใช้ความเร็วที่น้อยกว่าปกติ ปัจจัยของการถ่ายภาพนี้คือเมื่อความเร็วชัตเตอร์ต่ำ โอกาสที่เราจะเบลอพื้นหลังด้วยการ Panning ก็จะทำได้มากขึ้น แต่นั้นก็หมายความว่าเราก็ต้องถือกล้องให้มั่นคงเช่นเดียวกัน

5.2 เลือกพื้นหลังที่เหมาะกับการทำ Panning

การเลือกดพื้นหลังควรดูว่าเมื่อเกิดการเบลอนั้นสวยไหม หรือรกเกินไปหรือเปล่า ส่วนใหญ่เราจะแพนนิ่งให้เข้ากับเส้นของพื้นหลัง ทำให้เกิดมูฟเมนต์ที่ดูลงตัว

Photo by chuttersnap on Unsplash
Photo by chuttersnap on Unsplash
Photo by chuttersnap on Unsplash
Photo by chuttersnap on Unsplash

5.3 ใช้ระบบ Focus ต่อเนื่อง (focus continuous)

คือการเปิดให้กล้องโฟกัสอยู่ตลอดเวลาเมื่อมีอะไรมาผ่านจุดที่เราได้โฟกัสไว้ ทำให้เราสามารถที่จะโฟกัสได้ตรงจุด และรวดเร็วนั่นเองครับ

Photo by chuttersnap on Unsplash
Photo by chuttersnap on Unsplash

5.3 การถ่าย Panning ก็ต้องฝึกเพื่อให้ชำนาญเหมือนกันนะ

เทคนิคนี้อ่านแค่บทความอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องออกไปฝึกง่าย ฝึกที่จะจับภาพบ่อย ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ด้วย ยังไงก็อยากให้ฝึกนะครับเพื่อที่จะได้ถ่ายรูปได้เก่งขึ้นนะ

Photo by Jay Wennington on Unsplash
Photo by Jay Wennington on Unsplash

1 COMMENT

Leave a Reply