Ricoh GR III หนึ่งในกล้องคู้ใจนักถ่ายภาพสายสตรีท ท่องเที่ยว ทำคอนเทนต์ เขียน Blog นิยมใช้กัน ทำไมกล้องตัวนี้ถึงอยู่ดี ๆ ก็เป็นกล้องนอกกระแสที่น่าจับตามมอง กล้องตัวนี้อยู่ในไลน์ของ Ricoh GR คือไลน์กล้องคอมแพ็กต์ระดับพรีเมียมของ Ricoh ผู้ผลิตกล้องชื่อดังตังแต่สมัยก่อนยุคกล้องฟิล์ม แค่นี้ก็การันตีความอินดี้ และ ความขลังแล้ว ซึ่งมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่สมัยกล้องฟิล์ม GR1 ที่ออกเมื่อปี 1996

จากหลากหลายเหตุผลที่ทำให้กล้อง Ricoh GR III เป็นกระแสในช่วงต้นปี 2019 นี้ คงหนีไม่พ้นจุดเด่นในเรื่องของ โทนสี , การจับถือที่ลงตัว , ความคมที่ไม่เหมือนใครแบบฉบับกล้อง Point and Shoot และ ขนาดบอดี้ที่เล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

รีวิว Ricoh GR III กล้องคอมแพคคู่ใจมือใหม่สายอินดี้ รักการถ่ายภาพแนวสตรีท

หลังจากที่ได้ชมคลิปคอนเซ็ปต์ของกล้อง Ricoh GR III กันไปแล้ว ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่ากล้องตัวเกิดมาเพื่อใคร คงมีภาพที่อยากจะเอากล้องตัวนี้ออกไปถ่ายกันแน่ ๆ เลย เรามาทำความรู้จักกล้องตัวนี้ให้มากขึ้นกันอีกซักนิดดีกว่า ว่านอกจากในคลิปวีดีโอแล้วยังมีอะไรที่พัฒนาขึ้นมาใหม่รุ่นก่อนหน้า Ricoh GR II และ กล้องตัวนี้น่าหาซื้อมาใช้แค่ไหน และ เหมาะกับคนรักการถ่ายภาพสายสตรีท ท่องเที่ยว จริงไหม

ฟีเจอร์โดดเด่นที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นจากเดิมของ Ricoh GR III

มาพูดกันถึงสิ่งที่เปลี่ยนไป ที่ทาง Ricoh พัฒนาขึ้นมาให้ดีขึ้นจากรุ่นเดิม คือ Ricoh GR III นี้มีระบบ Dust Removal ที่ใช้การสั่นเซนเซอร์เพื่อสะบัดให้ฝุ่นหลุดออกไป ซึ่งแต่ก่อนเรื่องฝุ่นในเซนเซอร์เป็นปัญหาที่ผู้ใช้ Ricoh GR II พูดกันเยอะมาก แต่ตอนนี้ก็ปรับในส่วนนี้ให้แล้วนะครับ ไม่ต้องมาแกะเพื่อปัดฝุ่นอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีการประปรุงเรื่องของจอแสดงผลให้ทัชสกรีนได้แล้วนะ ทำให้เราสามารถเลือกจุดโฟกัสได้แบบทันที

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มีระบบ Auto-Area AF ที่เวลาวัตถุเข้ามาในพื้นที่โฟกัสที่เราเลือกมันก็จะโฟกัสในพื้นที่บริเวณนั้น หรือ ถ้าอยากจะโฟกัสเฉพาะจุดก็จิ้มบนทัชสกรีน (Select AF) ได้เลย ถ้าอยากจะถ่ายแบบทันทีก็ใช้ฟีเจอร์ Full Snap หรือ จะถ่ายในระยะ Snap Focus ก็สามารถทำได้ บอกเลยว่ามีระบบโฟกัสที่สะดวกขนาดนี้ แค่เพียงใช้โหมด M ตั้งรูรับแสง ชัตเตอร์สปีดที่เหมาะสม แล้วใช้ Auto ISO ก็ได้ภาพสวย จับจังหวะได้ทุกสถานการณ์แน่นอน

ภาพที่ได้หลังจากการใช้ Snap Focus

Snap Focus คือ อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เป็นจุดเด่นของ Ricoh GR คือ เราสามารถตั้งระยะห่างล่วงหน้าได้โดยให้กล้องโฟกัสไว้ก่อน เช่น 1 เมตร, 1.5, เมตร 2 เมตร ฯลฯ เพื่อรอวัตถุ หรือ สิ่งที่เราต้องการจะถ่ายเข้ามาในเฟรม แล้วกดอีกครั้ง เราก็ได้ภาพถ่ายแนวสตรีทได้ดังใจเลยทีเดียว เป็นสิ่งที่ช่างภายสายสตรีทชอบมาก

Full Snap คือ ถ้าหากเรากดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่งเพื่อหาโฟกัส ระบบออโต้โฟกัสก็จะใช้โหมดที่เราเลือกไว้ตามปกติ แต่ถ้าเรากดชัตเตอร์ “ลงไปตรงๆ รวดเดียว” กล้องจะโฟกัสไปที่ระยะ Snap Focus ที่เราตั้งไว้ทันที ซึ่งเหมาะมากกับการถ่ายแบบรวดเร็ว หรือ snap สิ่งที่ผ่านหน้าแบบไวๆ

นอกจากเรื่องของระบบโฟกัสที่ดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ปรังปรุงดีขึ้นอย่างมากเลย คือ ความคมชัดของภาพ ความเร็วในการประมวลผลภายในตัวกล้อง และ การควบคุม Noise ก็ทำได้ดีขึ้น เนื่องมากจาก Ricoh GR III นี้มีการเปลี่ยนมาใช้เซนเซอร์ APS-C ขนาดใหญ่ขึ้น ถึง 24.2 ล้านพิกเซล จากเดิม 16 ล้านพิกเซล ทำให้ได้รายละเอียดภาพที่ดีขึ้นมาก และ ความเร็วในการประมวลผล โฟกัสวัตถุ ก็ทำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำขึ้น เพราะใช้ระบบ Hybrid AF ที่เซนเซอร์ มีระบบโฟกัสแบบ Phase Detection ทำงานร่วมกับ Contrast Detection ทำให้โฟกัสเก่งกว่าเดิมรุ่นเดิมมาก

การปรับปรุงดีไซน์ตัวกล้อง Ricoh GR III

ขนาดตัวกล้องที่เล็กลงกว่า Ricoh GR II เล็กน้อย เป็นกล้องคอมแพคเซนเซอร์ APS-C ตัวเล็กที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ ตัวเลนส์ที่ติดมากับกล้องมีความคมมากขึ้น กริปด้านหน้าของ Ricoh GR III นั้นรู้สึกว่าชันน้อยกว่ารุ่นเดิม แต่จับถนัดมือ ดีไซน์ปุ่มชัตเตอร์วงรีรูปเม็ดยา ดีไซน์เฉพาะตัวของ Ricoh GR ก็ยังอยู่ และ นุ่มเหมือนเดิม ไม่มีโหมดอัตโนมัติสีเขียวแล้วนะ ใช้โหมด P แทน นอกจากนี้โหมดถ่ายหนังในแป้นหมุนก็เอาออกไป เปลี่ยนเป็นปุ่มให้กดง่าย ๆ แทน และ ไม่มีโหมด TaV ให้เลือกแล้ว

นอกจากนี้ในส่วนของปุ่มหลักที่เคยใช้เพิ่มลดแสง EV แต่ก่อนจะใช้ + – แต่ตอนนี้ใช้เป็น Dial ควบคุมแทน ส่วนก้านโยกล็อก AF,AE หรือสั่งใช้ C-AF ก็เอาออก กลายเป็นปุ่ม Fn ให้เลือกใส่ฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อย ๆ แทน มีเพิ่มในส่วนวงแหวนด้านหลังรอบปุ่ม 4 ทิศทางมาให้ ทำให้การเลื่อนเมนู เลื่อนดูรูปทำได้รวดเร็วมากขึ้น

จอแสดงผลเป็นแบบทัชสกรีน ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตระกูล GR เลยก็ว่าได้ เราสามารถใช้เพียงแค่ 2 นิ้ว ซูมเข้าออกเพื่อดูภาพได้ลื่นไหลมาก ประมวลผลไว ปัดสไลด์ดูรูป Preview เหมือนดูรูปในมือถือเลย

รวมบทความเกี่ยวกับการตั้งค่ากล้องสำหรับมือใหม่และการใช้โหมดต่าง ๆ

ข้อสังเกตเล็กน้อยที่พบเห็นใน Ricoh GR III

  • ไม่มีแฟลชหัวกล้อง สงสัยว่าทาง Ricoh จะวางแผนมาให้ซื้อ Accessory ที่มีแผนวางจำหน่ายมากมายแน่นอน
  • แบตเตอรี่สามารถถ่ายภาพได้ประมาณ 200 กว่าภาพ ซึ่งถือว่าน้อยสำหรับการพกพาไปใช้งานในหนึ่งวัน แนะนำให้หาแบตสำรองกันไว้เลย 1-2 ก้อน ถ้าถ่ายวีดีโอด้วยไม่ต้องพูดถึงเลยหมดไวใช้ได้เลย
  • จอแสดงผลทัชสกรีนพับมา Selfie ไม่ได้
  • ไม่มีระบบ NFC
  • ณ ปัจจุบันยังไม่มีระบบรองรับการโอนไฟล์ภาพเข้ามือถือ ผ่านแอพฯ แต่อนาคตน่าจะมีมาต้องรอเฟิร์มแวรอัพเดทกันต่อไป

เรื่องของการถ่ายวีดีโอ Ricoh GR III ทำได้ดีแค่ไหน ?

Ricoh GR III สามารถถ่ายวีดีโอได้ถึงระดับ 4K 24p กันเลย แต่แนะนำว่าให้ใช้แค่ FullHD 1080p ก็พอนะ เด่วแบตจะหมดซะก่อน ซึ่งเวลาถ่ายวิดีโอนั้นให้ภาพที่นุ่มนวล ไม่สั่นไหว ซึ่งแต่ก่อนเวลาใช้ GR รุ่นเก่า ๆถ่ายวิดีโอจะสั่นมากจนใช้งานไม่ได้ ทำให้วิดีโอจาก Ricoh GR III นั้นน่าจะเอาไปใช้งานจริงได้มากขึ้น

ถ้าผมเป็นคนรักการถ่ายภาพแนวสตรีท และ การท่องเที่ยว กล้องตัวนี้เหมาะไหม ?

จากทั้งหมดที่กล่าวต้องบอกเลยว่าถ้าคุณเป็นคนชื่นชอบการถ่ายภาพแนวสตรีท ชอบออกไปท่องเที่ยวถ่ายรูป ในสไตล์ของคุณเอง ไม่ชอบแบกกล้องตัวใหญ่ ๆ ไปถ่ายเพื่อให้ได้คุณภาพไฟล์ที่ดีเพื่อเอาไปอัพโหลดขึ้น Social Media ตัวนี้ตอบโจทย์แน่นอน ซึ่งกล้อง Ricoh GR III มีดีไซน์ที่คลาสสิค เท่ เหมาะกับคนที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง และ อินดี้นิด ๆ ด้วยฟีเจอร์ที่กล่าวมาข้างต้น ในเรื่องของการโฟกัส ระบบช่วยโฟกัส ความเร็ว ความคล่องตัวหลาย ๆ อย่าง มันช่วยเสริมให้การถ่ายภาพด้วยกล้อง Point and Shoot ตัวนี้ ถ่ายได่ง่ายขึ้น ไม่ทำให้เสียเวลามาก ในความเห็นส่วนตัวผมว่ากล้องตัวนี้เอาไว้ถ่าย Snap หรือ Candid ยังได้เลยนะ แต่แค่เลนส์มันอาจจะต้องเข้าไปใกล้ซักนิดนึง เหมาะกับคนที่รักการถ่ายสตรีทและท่องเที่ยวสุด ๆ

ราคาเปิดตัวในไทยของกล้อง Ricoh GR III

ภายในกล่องจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง สามารถดูได้จากในคลิป Unbox เลยนะครับ แต่ในส่วนของราคาเปิดตัวในไทยก็ค่อนข้างแอบแรงไปนิด ราคาประกันศูนย์ไทย 32,990 บาท (อัพเดท ณ เดือนเมษายน 2019) หากคุณสนใจข้อมูลสเปคแบบละเอียดของ Ricoh GR III สามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็ปไซต์ของ Ricoh ครับ

รวมภาพสวย ๆ จากกล้อง Ricoh GR III

รวมบทความพื้นฐานสำหรับมือใหม่

Leave a Reply