รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ของ ISO สำหรับมือใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ

0
6070

คนที่เริ่มต้นมักมีคำถามตลอดเวลาเช่น “ISO คืออะไร?” หรือไม่ก็ “ควรใช้ ISO เท่าไหร่ดี?” และ “ควรเพิ่ม ISO เมื่อไหร่?” งั้นในวันนี้เรามาเอาใจมือใหม่กันกับพื้นฐานเกี่ยวกับ ISO ในทุกเรื่อง

NIKON D810 @ 55mm, ISO 400, 1/25, f/6.3, Source - Photographylife
NIKON D810 @ 55mm, ISO 400, 1/25, f/6.3, Source – Photographylife

มาเกริ่นกันก่อนเข้าเนื้อหา ISO เนี่ยเป็นหนึ่งในสามค่าของความสัมพันธ์แสง (Triangle Exposure) ซึ่งประกอบไปด้วย Aperture – Speed Shutter – ISO (รูรับแสง – ความเร็วชัตเตอร์ – ISO) โดย ISO จะควบคุมและทำงานกับความสว่างโดยตรง ซึ่งก่อนที่เราจะเครียดกันมาเข้าเนื้อหาเป็นช่วง ๆ กันดีกว่าครับ ถ้าเหนื่อยตรงไหน เพลียตรงไหนก็ปิดเว็บแล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ก็ได้นะ ไม่ว่ากัน

ISO คืออะไร

พื้นฐานสุด ๆ ของเรื่องนี้คือความหมายของ ISO ก็คือการตั้งค่ากล้องโดยส่งผลให้ภาพมืดหรือสว่างนั่นเอง เมื่อเราเพิ่มจำนวน ISO ของกล้องเข้าไป ภาพก็จะสว่างสดใสขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ ISO จะเป็นตัวเร่งความไวแสงให้มากขึ้น เหมาะกับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือต้องการเพิ่มความเร็วชัตเตอร์ให้สูงขึ้น เวลาเพิ่มความเร็วชัตเตอร์แสงจะลดลง ISO นี่แหละที่เข้ามาช่วยทำให้เราได้ภาพที่สว่างขึ้น

แต่ยังไงก็ตามมันไม่ได้ดีไปทุกอย่าง การเพิ่ม ISO จะส่งผลกระทบก็คือ เมื่อ ISO มันสูงเกินไปจะก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนในภาพเรียกว่า Noise (น๊อยยยสส์) ซึ่งมันทำให้รายละเอียดของภาพลดลง สีสันของภาพแย่ลง ดังนั้นการใช้ ISO เราจะปรับสูงตลอดก็คงไม่เหมาะครับ

การใช้ ISO ทำให้ภาพสว่างขึ้น ลองดูความต่างระหว่าง ISO 100 ไปจนถึง ISO 1600, Source - photographylife
การใช้ ISO ทำให้ภาพสว่างขึ้น ลองดูความต่างระหว่าง ISO 100 ไปจนถึง ISO 1600, Source – photographylife

กล้องทุกตัวมีค่า ISO ที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่

ISO 50
ISO 100 (มาตรฐาน)
ISO 200
ISO 400
ISO 800
ISO 1600
ISO 3200
ISO 6400 (อันนี้เริ่มสูงละ)

ดูเข้าใจง่ายเนอะ เมื่อเราเพิ่มความไวแสง ค่า ISO จะเพิ่มเป็นสองเท่า โดยเลข ISO 400 ก็จะสว่างกว่า ISO 200 แน่นอน ดังนั้นค่า ISO น้อยที่สุดในกล้อง (ซึ่งแต่ละกล้องไม่เท่ากันนะ) ค่าต่ำสุดก็จะเป็นค่าฐาน ISO ของกล้องนั้น ๆ ครับ เพราะยิ่งน้อยก็จะยิ่งมีสัญญาณรบกวนน้อยนั่นเอง

Low ISO vs High ISO ควรปรับ ISO มากหรือน้อยดีล่ะเนี่ย?

หลายคนก็เริ่มสงสัย แล้วมันควรจะใช้ ISO เท่าไหร่ดีเนี่ยเริ่มงงละ มีให้เลือกเยอะมากเลย แบบไหนที่ดีที่สุด ก่อนที่จะไปคำถามเบอร์นั้นเราไปดูก่อนว่าเมื่อเราขยับ ISO ให้สูงขึ้น ภาพของเรามันเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน

แม้ว่าการใช้ ISO สูงจะทำให้ภาพสว่างขึ้น แต่ก็มีผลเสียคิดทำให้ภาพเกิดสัญญาณรบกวนที่เรียกว่า Noise นั่นเอง
แม้ว่าการใช้ ISO สูงจะทำให้ภาพสว่างขึ้น แต่ก็มีผลเสียคิดทำให้ภาพเกิดสัญญาณรบกวนที่เรียกว่า Noise นั่นเอง, Source : Photographylife

ความแตกต่างชัดเจนมาก – ภาพ ISO ที่ 3200 มีสัญญาณรบกวนในภาพมากกว่า ISO 200 แน่นอนว่าถ้าหากอยากได้ภาพเนี๊ยบ ๆ มันก็ต้องแตะ ISO สูงไม่ได้ เราต้องเลี่ยงที่การใช้ Shutter Speed ที่น้อยลงแทน ดังนั้นเรื่อง Triangle Exposure จะสำคัญมากกับการปรับตั้งค่ากล้องครับ แต่ในตอนนี้เรามาทำความเข้าใจให้จบกับ ISO ก่อน ส่วน Triangle Exposure ผมจะเพิ่มให้ในช่วงท้ายนะ

จะเพิ่ม ISO หรือ จะลด ISO ได้ยังไง?

โดยส่วนใหญ่แล้วผมแนะนำให้หมุนโหมดกล้องไปที่ A,S,M ก็ได้นะ สามโหมดนี้เราจะสามารถเลือกปรับ ISO ได้นั่นแหละ ถ้าอยากรู้เรื่องโหมดกล้องเดี๋ยวรอท้ายบทความนะ ซึ่งการปรับค่า ISO แต่ละกล้องมันก็มีเมนูไม่เหมือนกันให้ลองไล่ดูครับจะมีให้เลือกอยู่

ควรใช้ ISO เท่าไหร่ดี?

ลองไปถามช่างภาพได้เลย ไม่มีใครตอบได้หรอกครับว่าภาพไหนควรใช้เท่าไหร่ เพราะมันอยู่ที่คนถ่ายว่าเจอแวดล้อมสภาพแสงแบบไหน และควรตั้งยังไง เพราะมันต้องมีคอนเซ็ปต์ในหัวแล้วว่าเราถ่ายภาพอะไรอยู่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ถ้าจะให้ผมอธิบายประสบการณ์เรื่อง ISO ทั้งหมดในบทความนี้

NIKON D700 @ 420mm, ISO 450, 1/2000, f/5.6, Source - Photographylife
NIKON D700 @ 420mm, ISO 450, 1/2000, f/5.6, Source – Photographylife

แต่ผมก็มีแนวทางที่จะให้ผู้อ่านได้ลองเรียนรู้และทำความเข้าใจตามนี้ก่อนนะ

1. ลองปรับไปที่ ISO ต่ำสุดก่อน
2. เราใช้รูรับแสงของเลนส์ให้กว้างที่สุด
3. ให้เลือกความเร็วชัตเตอร์ที่จะใช้ เช่น 1/160 เป็นต้น
4. จากนั้นเราจะเห็นว่าปริมาณแสงมันมากไปหรือน้อยไป ถ้าแสงมากไปก็ให้เพิ่มความเร็วชัตเตอร์หรือรูรับแสงก็ได้แล้วแต่เพื่อให้ปริมาณแสงพอดี, แต่ถ้าในกรณีแสงน้อย ก็ให้ดัน ISO ไปจนกว่าแสงจะพอดีเหมาะสมครับ เราจะได้ค่า ISO ที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพแน่นอนจ้า

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ ISO ต่ำ?

เอาเข้าจริงถ้าแสงพอ ผมก็จะพยายามใช้ ISO ให้น้อย ๆ นะเพราะเกลียดสัญญาณรบกวนในภาพ ซึ่งปกติจะตั้งไว้ที่ ISO 100 แต่ถ้าหากแสงไม่พอ และปรับค่าอะไรช่วยไม่ได้แล้วก็ต้องจบที่การเพิ่ม ISO

โดยในสภาพแสงน้อยเนี่ย ถ้าเราถ่ายภาพ Landscape เราใช้ขาตั้งอยู่แล้ว เราใช้ ISO ต่ำสุดได้เลยครับ และใช้ความเร็วชัตเตอร์ช้า ๆ เอา นิยมเอาไปถ่ายภาพไฟรถเป็นเส้น ๆ หรือถ่ายภาพ Long Exposure อะไรแบบนั้น เป้าหมายของการใช้ ISO ต่ำ คือเราต้องการความเนี๊ยบที่สุดของภาพแบบไม่มีสัญญาณรบกวนนั่นเองครับ

แล้วควรใช้ ISO สูงเมื่อไหร่?

ตามที่เคยบอกไปครับ เมื่อตอนที่เราไม่สามารถปรับค่าอะไรช่วยในการเพิ่มแสงได้แล้ว ทั้งรูรับแสงเองหรือความเร็วชัตเตอร์เองก็ดี เราก็ต้องปรับ ISO เพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้แสงตามที่เราต้องการนั่นเองครับ แม้ว่าการเพิ่ม ISO จะทำให้มี Noise ในภาพบ้าง แต่เทียบกับการไม่เพิ่มเลย แล้วถ่ายภาพอะไรไม่ได้เลย อันนั้นมันแย่กว่ากันเยอะครับ

NIKON D700 + 300mm f/4 + 1.4x TC @ 420mm, ISO 800, 1/2000, f/5.6, Source : Photographylife
NIKON D700 + 300mm f/4 + 1.4x TC @ 420mm, ISO 800, 1/2000, f/5.6, Source : Photographylife

ยกตัวอย่างภาพนกกรีดน้ำสีดำ (Black Skimmer) จากเว็บ Photography Life ถ่ายที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/2000 วินาที ใช้ ISO800 ซึ่งการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/2000 เพื่อให้ภาพนกหยุดนิ่งเวลาบิน ถ้าหากว่าใช้ ISO แค่ 100 ภาพจะมืดสนิทแน่นอน และถ้าหากลดความเร็วชัตเตอร์ลงมาก ปีกนกก็จะไม่หยุดนิ่งแบบนี้ มันจะเบลอ ๆ ดูไม่มีพลัง

เพราะงั้นในหลาย ๆ สถานการณ์เราไม่สามารถใช้ ISO 100 ตลอดได้ (กล้องมันถึงมีให้ปรับได้ไง) เมื่อแสงไม่พอ ทำอะไรไม่ได้แล้ว ISO จะเป็นตัวเอกสำหรับช่วยเหลือชีวิตเราได้มากเวลาเจอที่แสงน้อย

การตั้งค่า Auto ISO สำหรับกล้อง Mirrorless , Source - Photographylife
การตั้งค่า Auto ISO สำหรับกล้อง Mirrorless , Source – Photographylife

เทคนิคในการปรับค่า ISO แบบให้ได้ค่าที่เหมาะสมที่สุด

เราเรียกว่า Auto ISO Sensitivity หรือการใช้ค่า ISO แบบอัตโนมัติ ในกล้องจะมีครับ ให้เราเลือก ISO ที่ต่ำที่สุดซึ่งเราต้องการจะใช้ และให้เลือก ISO สูงสุดที่เรายอมรับได้ว่าจะใช้ เวลาที่กล้องทำการวัดแสงออกมาแล้วปริมาณแสงไม่พอ มันจะดัน ISO ให้ ทำให้เราไม่ต้องใช้ ISO แบบพร่ำเพรื่อนั่นเองครับ

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจระบบวัดแสงด้วย ก็จะมีระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ วัดแสงจากภาพ และวัดแสงแบบจุด ถ้าเราเข้าใจสามอย่างนี้การใช้ Auto ISO Sensitivity จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ

NIKON D800 @ 200mm, ISO 400, 1/320, f/5.6, Source - Photographylife
NIKON D800 @ 200mm, ISO 400, 1/320, f/5.6, Source – Photographylife

การใช้ ISO เพื่อลด Noise ทำให้ภาพเราดีขึ้นมันไม่ดีเหรอ?

ช่างภาพบางคนคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพที่มีคุณภาพสูง ๆ คือการใช้ ISO ให้ต่ำที่สุด เพื่อให้ภาพมันไม่เกิดสัญญาณรบกวน มันก็จริงแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดอย่างที่เคยบอกไป เพราะบางครั้งแวดล้อมมันมืดมาก “กล้องไม่สามารถเรียกรายละเอียดออกมาได้ นอกจากจะต้องดัน ISO ให้สูงขึ้น” นั่นก็แปลว่า ISO ที่มากขึ้นบางครั้งก็ทำให้เราได้รายละเอียดในภาพมากขึ้นเหมือนกัน

เราควรใช้ ISO ต่ำเฉพาะเมื่อมีแสงที่เพียงพอ อย่าคิดว่าต้อง ISO 100 ในทุก ๆ ใบของชีวิต เพราะมันจะทำให้เราได้ภาพมืด ๆ กลับมาบ่อยมาก หรือบางครั้งเราต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ๆ ตลอดนั่นก็ไม่ดี เพราะภาพมันเบลอได้เหมือนกัน เพราะงั้นอย่ามองว่าการถ่ายภาพเป็นแค่เรื่องเทคนิคครับ คนถ่ายภาพต้องเข้าใจด้วยว่าควรตั้งค่าแบบไหนเพื่อให้ได้ภาพที่เหมาะสมนั่นเอง

NIKON D800E + 70-200mm f/4 @ 120mm, ISO 100, 1/3, f/8.0 Shot in aperture priority mode., Source - Photographylife
NIKON D800E + 70-200mm f/4 @ 120mm, ISO 100, 1/3, f/8.0 Shot in aperture priority mode., Source – Photographylife

สรุปเรื่อง ISO ให้เข้าใจภาพรวม (แต่รายละเอียดก็กลับไปทบทวนได้นะ ตั้งใจทำมากอ่ะ)

1. ISO ไม่ได้เพิ่มปริมาณแสงนะ เป็นการเร่งความไวแสงทำให้ภาพสว่างขึ้น
2. ISO เมื่อเพิ่มมากขึ้นจะทำให้เกิดสัญญาณรบกวนในภาพ เพราะงั้นการใช้ที่เหมาะสมอยู่ที่ผู้ใช้เองว่ารับได้แค่ไหน และควรใช้เมื่อไหร่
3. การใช้ ISO 100 ทำให้สัญญาณรบกวนน้อยก็จริง แต่ภาพจะสมบูรณ์ได้บางครั้งเราก็ต้องใช้ ISO ที่สูงขึ้น เพื่อช่วยให้กล้องเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น
4. ISO เป็นหนึ่งใน Triangle Exposure หรือความสัมพันธ์แสง Aperture – Speed Shutter – ISO และเป็นพื้นฐานที่เราจะใช้กล้องไปตลอด ให้อ่านเพิ่มเติมนะถ้ายังไม่เข้าใจ
5. เราสามารถใช้ Auto ISO Sensitivity ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งปรับ ISO บ่อย ๆ

บทความเพิ่มเติมเรื่อง Exposure Triangle ความสัมพันธ์ Speed – ISO – Aperture อันนี้ควรอ่านเพิ่ม

Exposure-Triangle

Leave a Reply