ซื้อกล้อง Mirrorless รุ่นไหนดี คู่มือเลือกซื้อกล้องปี 2018 และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

0
76218
คู่มือเลือกซื้อกล้องปี 2018

คู่มือเลือกซื้อกล้องปี 2018 นี้จะจัดเรียงตามพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก รองลงมาเป็น Segmentation ของกล้อง ซึ่งผมตั้งใจเลือกกล้องให้ตรงกับโจทย์ของผู้ใช้มากกว่าที่จะอิงตามสเปคเป็นหลักครับ ถ้าสังเกตพฤติกรรมการซื้อกล้องในยุคนี้จริง ๆ แล้ว สเปคสำคัญจริงแต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ที่สำคัญสุดคือลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมมากกว่า แล้วหลังจากนั้นค่อยไปดูเรื่องประสิทธิภาพมันจริง ๆ เอาเป็นว่าลองดูไกด์ตามนี้ก่อนแล้วเปรียบเทียบกับคำตอบในใจดูครับว่าอยากได้กล้องตัวไหน

คู่มือเลือกซื้อกล้องปี 2018 ก่อนอื่นเริ่มก่อนว่าสิ่งที่ควรจะรู้เกี่ยวกับกายภาพกล้องในปัจจุบันว่าควรมีอะไรในนั้นบ้าง และควรรู้เรื่องอะไร

1.ซื้อกล้อง Mirrorless รุ่นไหนดี เราอาจยังไม่รู้ แต่ว่ากันสั่นในกล้องต้องมีแล้วนะ

กันสั่นในตัวกล้องจำเป็นมาก ๆ สำหรับการถ่ายภาพ เพราะมันทำให้ข้ามข้อจำกัดของการคำนวณแบบเดิม (Speed Shutter ไม่ควรต่ำกว่าทางยาวโฟกัส โอกาสภาพเบลอจะมากถ้าไม่มีขาตั้ง) ดังนั้นเรื่องของกันสั่นเป็นสิ่งที่โคตรจะจำเป็นมาก ๆ เลยแหละ

เราสามารถที่จะถ่ายภาพในที่แสงน้อยด้วย ISO ต่ำ ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องแบกขาตั้งไปไหนให้วุ่นวายได้เลย เพราะงั้นการเลือกซื้อกล้องในปี 2018 นี้ยังไงกันสั่นก็ต้องมีให้ได้ครับ แต่ถ้าคุณเป็นมือโปร ไม่ได้แคร์เรื่องแบกขาตั้งหรือกันสั่นอะไรพวกนี้ก็ข้ามข้อนี้ไปได้ครับ

2.แยกให้ออกระหว่างสิ่งจำเป็น/ความต้องการพื้นฐานของเรา กับสิ่งที่เราอยากได้ เพื่อป้องกันการถูกเชียร์ขายและงบประมาณบานปลาย

หลายคนนะครับรวมถึงผมด้วยต้องเคยงบบานปลาย เพราะไม่วางน้ำหนักดี ๆ ในการเลือกสิ่งของที่อยากได้กับของที่จำเป็นจริง ๆ ออกจากกัน (โดยเฉพาะคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพ) เราต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดนั่นใช่ครับ แต่ถ้าวางมองความต้องการพื้นฐานจริง ๆ แล้วมันอาจจะได้คำตอบอีกอย่างหนึ่ง

คู่มือเลือกซื้อกล้องปี 2018

เพราะกล้องยุคนี้ให้รายละเอียดที่ดีมากมายแม้เป็นรุ่นล่าง ๆ หรือระดับกลางก็ตามครับ กล้องมันดีตามราคาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากให้วิเคราะห์ชัด ๆ คือ “ความต้องการพื้นฐานเราแท้จริงแล้วคืออะไร?” และกล้องที่ทำได้มีตัวไหนบ้าง บางทีรุ่นล่างก็ให้รายละเอียดได้ดีเท่ารุ่นกลางหรือโปรก็ได้ แต่ต่างกันที่การรัวได้มากกว่าอะไรแบบนั้น ซึ่งถ้าย้อนกลับมามองแล้วเราอาจจะไม่ได้อยากรัว แค่อยากถ่าย Landscape ก็ได้ แล้วสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติมันไม่ได้อัพเกรดชีวิตตามกล้องในยุคปัจจุบันนี่นะ ดังนั้นเลือกให้ออกครับเพื่อควบคุมงบประมาณตนเอง

แต่ถ้าใครอยากได้แล้วงบประมาณไม่ได้เป็นข้อจำกัดอะไรก็เลือกตามที่ชอบได้เลยครับ

3.การออกแบบและสไตล์การใช้งานควรจะเข้ากันกับลักษณะของเราเอง

อันนี้ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ล้วน แต่เป็นพฤติกรรมลักษณะในการใช้งาน บางทีกล้อง Performance โคตรดีแต่ว่าหนัก ไม่เหมาะกับเรา ไม่เหมาะกับการแบกไกล ๆ ก็ควรดูด้วยครับ หรือบางทีประสิทธิภาพกับราคาโอเคมากเลย แต่สไตล์เราไม่ชอบกล้องลักษณะนี้พอใช้ไปฟิลลิ่งอาจจะไม่ถูกใจ ก็มาคาใจอีก ควรดูด้วยว่าความรู้สึกเราแล้วชอบกล้องแบบไหน เพื่อให้เราถ่ายภาพแล้วรู้สึกสบายใจที่สุดครับ

คู่มือเลือกซื้อกล้องปี 2018

สิ่งสำคัญคือเราต้องตัดสินใจเลือกกล้องเองนะครับ อย่าเอากล้องในทัศนะของคนอื่นมาก (รวมถึงข้อมูลจากผมก็ด้วย) แค่รับข้อมูลไปตัดสินใจเองครับ เพราะคนที่ใช้กล้องคือตัวเราไม่ใช่คนแนะนำครับ และลักษณะการใช้งานของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปอีก กล้องเรา เราต้องเลือกเองครับ

4.ราคาเลนส์รับได้ไหม

หลายคนไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เพราะเลนส์บางค่ายราคาสูงมาก(แต่ก็คุณภาพสูงตามราคา) เพียงแต่ว่าถ้าเราจะซื้อกล้องมาเพื่องานอดิเรก ควรจะเลือกกล้องที่มีอุปกรณ์ใช้ร่วมกันในราคาไม่สูงมาก Segment ของกล้องจะเป็นตัวกำหนดได้ชัดเจนครับว่าอุปกรณ์อื่น ๆ ของตัวกล้องจะไปในทิศทางไหน ถ้าหากว่าเราต้องการกล้องโปร เลนส์มันก็จะโปรแน่นอนเพราะเขาวางผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กลุ่มโปร ดังนั้นสำรวจราคาให้ดีครับ ยิ่งถ้าดูตลาดมือสองเก่ง ๆ ยิ่งดีครับ ประหยัดงบประมาณได้เยอะมาก ๆ

5.Feed Back ในตัวกล้องที่ดี การ Service จากแบรนด์และร้านค้าที่จำหน่าย เป็นเรื่องสำคัญเท่ากับการเลือกซื้อกล้องเลย

ทีนี้มาดูอีกเรื่องนึงครับ เรื่องแบรนด์ที่ Service แต่ละแบรนด์มันมี Feed Back ที่ไม่เหมือนกันจริง ๆ นะ เราต้องถามตามกลุ่มเอาเองครับเพราะว่าจะให้ผมพูดก็ไม่ได้ แต่ละคนก็เจอมาไม่เหมือนกัน อีกเรื่องหนึ่งก็คือร้านที่ Service ให้เรา อันนี้ช่วยเราได้เยอะเวลาตามงานเคลม ตามงานซ่อมให้กับแบรนด์ เพราะร้านถือว่าเราเป็นลูกค้าหลักของเขา ถ้าร้านไหนที่เข้าถึงเราได้มาก สื่อสารกับเราได้ทุกเรื่อง ผมว่าร้านนั้นเหมาะมากที่เราควรจะรู้จัก พูดคุย และซื้อของด้วย ถ้าเสียมาก็วิ่งเข้าหาร้านหรือพนักงานคนนั้น ๆ ไปเลย แล้วก็ให้ทางร้านช่วยตามแบรนด์อีกทอดนึง มันเวิร์คกว่านะ คิดง่าย ๆ ว่าเราซื้อกล้องกับแบรนด์คนเดียว แต่ร้านนี่ต้องซื้อของแบรนด์นั้นหลายตัว หลายรุ่น หลายล้านเลยแหละมาขาย ถ้าเขา Service เราไม่ดี เขาก็ขายไม่ได้เหมือนกัน เวลาเราจี้แบรนด์เรื่องซ่อมเรื่องการบริการ ทางร้านจะมีอิมแพคมากกว่า

โอเคงั้นเรามาเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักของคู่มือการเลือกซื้อกล้องปี 2018 กันเลยดีกว่าครับว่าเราควรเลือกซื้อกล้องรุ่นไหนดี และรุ่นไหนน่าจะเหมาะกับเรามากที่สุดเนอะผมขอแยกตามพฤติกรรมการใช้อย่างที่ว่าเลยแล้วกันนะ จะได้เลือกง่าย ๆ ครับ

1.กล้องสเปคดี กล้องระดับเริ่มต้น – กลาง ราคาน่ารัก ถ่ายภาพแบบโปรได้เลย

Canon EOS M50 กล้อง Mirrorless ของ Canon ที่มาพร้อมระบบ 4K พร้อมลุยสำหรับสายวีดีโอ และภาพนิ่ง จบในตัวเดียว

canon eos m50

กล้อง Canon EOS M50 เป็นกล้อง Mirrorless ในระดับเริ่มต้นที่มีการดีไซน์คล้าย Canon EOS M5 ที่เคยออกมาทำตลาดก่อนหน้านี้นั่นเอง แต่ว่าใน Canon EOS M50 นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนปุ่มควบคุมในบางส่วนออกไป เพื่อที่จะบอกว่าเป็นกล้องสำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพนั่นเองครับ เพราะดีไซน์ออกมาให้เน้นการควบคุมที่ง่ายและสะดวกกว่านั่นเอง แต่ถึงกระนั้นกล้อง Canon EOS M50 ก็ยังให้สเปคมาที่แรงมากเลยนะ

ความละเอียดของกล้อง Mirrorless Canon EOS M50 นั้นอยู่ที่ 24 ล้านพิกเซล โดยใช้โปรเซสเซอร์ DIGIC 8 Image Processor ซึ่งทำงานได้รวดเร็วมาก มาพร้อมหน้าจอปรับมุมมองได้ขนาด 3 นิ้ว รองรับการทัชสกรีน มีความละเอียดวีดีโอที่ไกลถึง 4K นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi, Bluetooth, NFC นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัสแบบ Dual Pixel สบายมาก ๆ ที่เจ๋งกว่านั้นคือมีระบบกันสั่นให้อีกด้วยนะครับเรียกได้ว่านิ่งมาก ๆ

รีวิว Canon EOS M50

จุดเด่นกล้อง Canon EOS M50

  • ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล
  • รองรับการถ่ายวีดีโอเต็มรูปแบบ ความละเอียดแบบ 4K และมีช่องเสียบ Microphone มาให้เรียบร้อย
  • หน้าจอสัมผัส ปรับมุมมองได้ เหมาะกับการถ่าย Vlog
  • ระบบโฟกัสแบบ Dual Pixel
  • มีระบบกันสั่น สามารถที่จะใช้ถ่ายวีดีโอแบบเพลิน ๆ ได้สบายเลย
  • รองรับการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบทั้ง Wi-Fi,Bluetooth,NFC

ข้อสังเกต Canon EOS M50

  • กล้องรุ่นนี้ใช้ Mount M ของ Mirrorless Canon เพราะงั้นถ้าใครจะใช้ Mount EF,EF-S ต้องใช้ Adapter ครับ
  • กล้องรุ่นนี้ Buffer น้อยไปหน่อย อาจจะไม่สะใจตากล้องมือโปร

กล้อง Canon EOS M50 รุ่นนี้เหมาะกับใคร

  • กล้อง Canon EOS M50 รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพแบบง่าย ๆ สบาย ๆ มีกล้องระดับแทบจะกึ่งโปรแล้ว ทำอะไรก็ได้ทั้งภาพนิ่งแล้วก็วีดีโอ ถ่าย Vlog ก็ได้ เป็นกล้องที่ครบเครื่องแม้ว่าจะถูกว่าอยู่ในกลุ่มกล้องระดับเริ่มต้น

กล้อง Canon EOS M50 ราคา 25,990 บาท

 

Canon EOS M6 กล้องสำหรับมือใหม่อีกรุ่น ราคาถูกสำหรับคนชอบ Canon

canon eos m6

กล้อง Mirrorless Canon EOS M6 เป็นกล้อง Mirrorless ที่มีการออกแบบต่างจากรุ่นอื่น ๆ เล็กน้อยคือตัวนี้ตัดช่องมองภาพแบบ EVF ออกไป เพื่อทำให้ราคาถูกลงมาครับ แล้วก็เหมาะกับคนที่ไม่ได้ชอบใช้ช่องมองภาพ โดยการออกแบบจะเน้นย้อนยุคนิด ๆ แต่ดูทันสมัยนะ

กล้อง Canon EOS M6 ตัวนี้น้ำหนักเบา ความละเอียดที่ 24.2 ล้านพิกเซล ใช้หน่วยประมวลผลภาพแบบ DIGIC7 มีระบบกันสั่นแบบ 5 แกน แล้วก็ยังที่จะสามารถถ่ายวีดีโอระดับ Full HD ได้อีกด้วย รองรับการเชื่อมต่อทั้ง WiFi และ NFC จากสเปคกล้องตัวนี้เป็นกล้องสำหรับมือใหม่อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ ถ้าใครต้องการกล้องที่ใช้ง่าย ๆ ได้ภาพสวย

รีวิว Canon EOS M6

ข้อดี Canon EOS M6

  • เป็นกล้องที่ถ่ายภาพสวย น้ำหนักเบา ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • หน้าจอสัมผัสที่จะสามารถถ่าย SELFIE ได้ง่าย ๆ ครับ
  • มีจอที่สามารถปรับมุมมองได้
  • ใครชอบถ่าย Vlog ง่าย ๆ รุ่นนี้ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว
  • สามารถเชื่อมต่อ ถ่ายภาพลง Social ได้สบาย

ข้อสังเกต Canon EOS M6

  • ถ่ายวีดีโอไม่มี 4K
  • ไม่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพด้วยช่องมองภาพ

Canon EOS M6 เหมาะกับใคร

ส่วนใหญ่กล้องตัวนี้เหมาะกับการถ่ายภาพสไตล์ผู้หญิงสบาย ๆ สนุก ๆ เน้นได้ภาพสวย ง่าย ๆ ไม่ต้องมีอะไรวุ่นวาย ถ้าหากใครอยากจะเริ่มต้นกับกล้องเล็ก ๆ ดี ๆ สักตัว Canon EOS M6 ก็เป็นกล้องที่เหมาะสมมากเหมือนกันนะ

Canon EOS M6 ราคา 27,500 บาท โดยประมาณ (ราคาบอดี้)

 

Olympus OM-D E-M10 Mark III

Olympus OM-D E-M10 Mark III ราคาเปิดตัว 29,990 บาท
Olympus OM-D E-M10 Mark III ราคาเปิดตัว 29,990 บาท

โอลิมปัสผมการันตีได้เรื่องกันสั่นเพราะว่าใช้กับตัวเองมาเยอะเลยกล้าออกตัวแรง เจ๋งตรงเรื่องของกันสั่นมาก น้ำหนักเบา การออกแบบปุ่มการจัดวางเหมือนกล้อง DSLR เลย เป็นกล้องที่ผมเอาไปทริปญี่ปุ่น ภาพใช้ได้ดีเลยแหละ สามารถเอาไฟล์มาทำได้ถือว่าโอเคครับ ที่สำคัญคือบอดี้แม้ไม่ได้ Weather Sealed แต่ผมลุยฝนทั้งทริปยังรอด ว๊าวเหมือนกันครับ นอกจากนี้ยังมีคำสั่งพิเศษที่ใช้ในการถ่ายภาพยาก ๆ โดยเฉพาะเช่นพวก Live Composite ไว้ถ่ายภาพลากไฟ หรือถ่ายซ้อนภาพได้อะไรแบบนั้น

อีกเรื่องคือสามารถถ่ายวีดีโอในระดับ 4K ได้ด้วย ถือว่าว๊าวเหมือนกัน แล้วพอถ่ายวีดีโอใช้ทั้งกันสั่นในตัวกล้องแล้วด้วย ทำให้ภาพ Smooth มาก ข้อเสียคือไม่มีช่องเสียงไมโครโฟนมา คงเพราะสงวนไว้สำหรับตัวสูงกว่านี้คือ Olympus OM-D E-M5 Mark III ที่ยังเห็นข่าวว่าจะออกมาไหม แต่ตามไลน์ผลิตน่าจะเป็นแบบนี้นะ

ข้อดี

  • คุณภาพไฟล์ดี น้ำหนักเบา
  • ความละเอียดใช้ได้ เหมาะกับนักท่องเที่ยว
  • เลนส์ที่ใช้ร่วมกับกล้องรุ่นนี้เริ่มต้นก็ไม่เกินหมื่น ได้ภาพสวย
  • การโฟกัสทำได้เร็วมาก
  • กันสั่นของกล้องใช้ได้ดี เอาไปทำงานวีดีโอก็ได้
  • หน้าจอปรับมุมมองได้
  • มีฟังก์ชั่นช่วยในการถ่ายภาพแบบยาก ๆ ได้เช่น Live Composite (ใช้ลากไฟ ลากดาว ลากแสง) เป็นต้น
  • หน้าตาหล่อมาก สไตล์ย้อนยุค

ข้อด้อย

  • เซ็นเซอร์ขนาด Micro 4/3 มีข้อจำกัดเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อยแล้วต้องใช้ ISO สูง พวก 3200-6400 บางคนอาจจะไม่ชอบ (แต่ก็ถ้าโพสต์ลง FB มันก็ไม่ค่อยเห็นนะ แต่ถือว่าเป็นข้อด้อย)
  • ทำหน้าชัดหลังเบลออาจจะได้ไม่สุดเท่ากล้อง Full Frame และต้องใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสเยอะหน่อยเพื่อทำละลายหลัง อยาก M.Zuiko 45mm F1.8 เป็นต้น ถ้าเลนส์อื่น ๆ อาจจะเบลอหลังได้ไม่สะใจ
  • ไม่มีช่องเสียงไมโครโฟนสำหรับงานวีดีโอ

Olympus OM-D E-M10 Mark III รุ่นนี้เหมาะกับใคร?

ถ้าจะให้บอกตามตรงก็เหมาะกับทุกคนแหละ โดยเฉพาะคนเพิ่งเริ่มต้น มันดีตั้งแต่ราคากล้องกับเลนส์มาไม่แรง บอดี้อึด แล้วไม่กั๊กสเปค คือยัดหน่วยประมวลผลของรุ่นพี่อยาก Olympus OM-D E-M1 Mark II มาเลย แถมยังถ่ายภาพได้เนี๊ยบ ๆ อีก แล้วก็ที่สำคัญคือรุ่นนี้ได้ออกแบบมาให้ใช้กับมือใหม่ได้สุดยอดมาก พวกโหมดถ่ายภาพพิเศษต่าง ๆ ที่ได้เอ่ยไปแล้ว อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ด้วยกันอย่างเลนส์ ราคาก็ไม่แพง เริ่มต้นได้ง่ายครับ แล้วได้ภาพสวย

Olympus OM-D E-M10 Mark III ราคาเปิดตัว 29,990 บาท ลองสอบถามร้านพวกซื้อเงินสด หรือโปรโมชั่นรายเดือนดูครับ เพราะมันน่าจะลดได้อยู่ อันนี้ลองถามดูนะ

Fujifilm X-T20

Fujfilm X-T20 ราคาเริ่มต้นที่ 33,990 บาทสำหรับบอดี้อย่างเดียว ถ้าชุดเลนส์คิทจะ 37,990 - 45,990 บาท
Fujfilm X-T20 ราคาเริ่มต้นที่ 33,990 บาทสำหรับบอดี้อย่างเดียว ถ้าชุดเลนส์คิทจะ 37,990 – 45,990 บาท

กล้องตัวนี้เป็นร่างย่อของ X-T2 ที่เป็นรุ่นท็อปค่ายบนเซ็นเซอร์ APS-C ครับ จุดเด่นกล้องค่ายนี้จะมีความคลาสสิคมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น เป็นกล้องที่ใช้งานได้สนุกมาก เพราะฟิลลิ่งได้ เสียงชัตเตอร์ดี ถ่ายต่อเนื่องก็ได้ 8 ภาพต่อวินาที อื้มม เวิร์คนะ แล้วก็มีคำสั่งพวก Film Simulate ไว้แปลงสีให้เป็นเหมือนกล้องฟิล์มได้อีกต่างหาก ทำให้ตัวนี้มีจุดขายที่ดีมาก

นอกจากนี้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C เนี่ย มันโอเคนะในเรื่องของคุณภาพไฟล์ การทำละลายฉากหลังเวลาถ่ายภาพบุคคล น้ำหนักก็เบา แล้ว Fujifilm ทำเลนส์คุณภาพสูงมาในราคาที่เอื้อมง่าย เลนส์โปรสองสามหมื่นก็จัดได้สบายแล้วแถมเป็นเลนส์ค่ายด้วย

สกินโทนสีผิว สวยครับ ถ้าใครชอบถ่ายภาพบุคคล เน้นแสงธรรมชาติ ไม่ได้กะจะไปต่อที่ Full Frame ผมว่าค่ายนี้เหมาะมาก ๆ แต่ก็มีข้อเสียเรื่องของกล้องตัวนี้มันไม่มีกันสั่นในกล้อง เสียดายเหมือนกัน ถึงแม้ว่าบางคนบอกกันสั่นในตัวเลนส์ก็มีนะ ก็ใช่แหละ แต่เราก็อยากให้กล้องมีกันสั่นนะเพราะถือว่าโอเคมาก ๆ

กล้องตัวนี้ถ้าใครอยากเอาไปถ่ายวีดีโอก็ได้นะ ความละเอียดก็ยังได้ถึง 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที มันโอเคเลยแหละ แต่ด้วยที่ไม่มีกันสั่นอาจจะวุ่นวายหาพวก Gimbal หน่อยนึง แต่ไฟล์มันดีนะ คมดี ได้ฟิลเหมือนกัน

ข้อดี

  • ความละเอียดสูงนะ 24 ล้านพิกเซลมีเยอะพอที่จะทำงานได้หลากหลาย ผมใช้คำว่าทำงานเลยแหละเพราะความละเอียดสูงมากกว่าระดับถ่ายเล่นละ
  • มีวีดีโอ 4K สำหรับคนที่อยากถ่ายวีดีโอ Vlog หรืออะไรแบบนั้น
  • มีคำสั่งพวก Film Simulate สำหรับทำโฟนสีแบบฟิล์มซึ่งเป็นจุดเด่นของกล้องค่ายนี้ ถ่ายภาพสนุกขึ้นเยอะครับ แล้วก็จบในกล้องได้เลย
  • การออกแบบตัวกล้องไปในแนวย้อนยุค ได้ฟิลลิ่งดีมาก ๆ
  • หน้าจอปรับมุมมองได้ รองรับคำสั่งแบบทัชสกรีน
  • กล้องมีช่องให้ต่อไมโครโฟนได้สำหรับถ่าย Vlog ก็สบายเลย

ข้อด้อย

  • ไม่มีกันสั่นในตัวกล้อง
  • ช่องมองภาพ EVF อาจจะดูเล็กไปนิดหน่อย

Fujifilm X-T20 รุ่นนี้เหมาะกับใคร?

รุ่นนี้เหมาะทั้งมือใหม่และมือที่เริ่มเก๋าแล้วแต่งบอาจจะไม่ได้อยากไปตัวใหญ่อย่าง X-T2 ตัวนี้ก็ให้ภาพที่เนี๊ยบแล้วความสามารถก็ทำได้ดีมาก ๆ บอดี้ก็เล็ก เหมาะทั้งผู้ชายผู้หญิงครับ ในเรื่องไฟล์ภาพมันโอเคมาก ๆ เลยนะ ถ้าใครชอบฟิลลิ่งแบบ Fujifilm แล้วละก็ตัวนี้โอเคเลยครับ ถ้าจะไปสูงกว่านี้คงต้อง X-T2 แล้วล่ะ

Canon EOS M5 กล้อง Mirrorless สำหรับมือใหม่ในค่าย Canon

canon eos m5

กล้อง Mirrorless ของ Canon ที่สเปคค่อนข้างดีพอสมควร แล้วก็ดีไซน์คือเป็นทรง SLR มากยิ่งขึ้น กล้อง Canon EOS M5 ตัวนี้มีความละเอียดที่ 24.2 ล้านพิกเซล แล้วก็สามารถที่จะถ่ายภาพต่อเนื่องได้ที่ 7-9 ภาพต่อวินาที แล้วยังมาพร้อมหน่วยประมวลผลภาพ DIGIC7 อีกด้วย รองรับการถ่ายวีดีโอที่ Full HD 60p มีระบบรองรับการสั่นไหวแบบ 5 แกน ทำให้การถ่ายวีดีโอทำได้ดีมาก ๆ เลยเหมือนกัน ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายจัดเต็มมามาก ๆ ครับ เพราะว่าให้ทั้ง Wi-Fi และ NFC มาเพียง รองรับเลนส์แบบ EF-M และ EF-S ผ่าน Adapter ครับ

ระบบโฟกัสของ Canon EOS M5 นั้นใช้ระบบ Dual Pixel APS-C ทำให้มีความละเอียดมากที่จะถ่ายภาพทั่วไป ภาพวิว ภาพเที่ยว กล้องตัวนี้ยังน้ำหนักเบา แล้วก็การออกแบบเหมาะกับการถ่ายภาพได้อย่างสุด ๆ เลยแหละ จุดโฟกัสมี 49 จุดครับ มีช่องมอง View Finder หล่อ ๆ มาให้ด้วยนะ สามารถที่จะใช้งานได้ง่ายเลย

รีวิว Canon EOS M5

จุดเด่น Canon EOS M5

  • เป็นกล้องที่สามารถถ่ายภาพได้หลากหลาย สามารถที่จะถ่ายภาพแบบมืออาชีพได้เลย เพราะว่าให้ความละเอียดมาที่ 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด APS-C
  • สามารถที่จะใช้เป็นกล้องถ่ายวีดีโอได้ เพราะว่าความละเอียดแบบ Full HD ให้ภาพต่อเนื่องแบบ 60fps
  • น้ำหนักเบา ดีไซน์ SLR เน้นการถ่ายภาพได้สนุกมาก
  • หน้าจอปรับมุมมองได้

ข้อสังเกต Canon EOS M5

  • น่าจะมี 4K มาให้ครับ

ใครที่เหมาะกับ Canon EOS M5

  • เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ แล้วอยากได้กล้องสบาย ๆ ทำได้รอบด้าน ทรง SLR ไม่ได้เน้นวีดีโอเป็นหลักแต่ก็สามารถถ่ายได้ดี กล้อง Canon EOS M5 เหมาะกับมือใหม่มากครับ

 

Sony A6300

Sony A6300 ราคาประมาณ 36,990 แต่ด้วยที่รุ่นเก่าราคาโปรโมชั่นจะถูกกว่านี้พอสมควรเลย
Sony A6300 ราคาประมาณ 36,990 แต่ด้วยที่รุ่นเก่าราคาโปรโมชั่นจะถูกกว่านี้พอสมควรเลย

กล้องรุ่นนี้ออกมาก่อนตัว A6500 ซึ่งความต่างคือรุ่นนี้ยังไม่มีหน้าจอแบบสัมผัส Buffer จะน้อยกว่าหน่อย คือรัว ๆ ได้น้อยกว่า A6500 และ กันสั่นในตัวกล้องแต่ถ้ามองในเรื่องราคาเนี่ย ตัวนี้ถือว่าคุณภาพและความสามารถก็เหมือนกับได้ A6500 เลย สำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการรุ่นใหม่ล่าสุด A6300 ถือว่าเวิร์คมากครับ

กล้องรุ่นนี้ให้ความละเอียดก็ 24 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด APS-C แล้วก็ถ่ายต่อเนื่องได้ 11 ภาพต่อวินาทีซึ่งเท่ากับ A6500 เลย มันก็มากเพียงพอที่จะถ่ายภาพได้หลากหลายแนว เอาไปรับงานก็ได้สบายมาก นอกจากนี้ Sony ทำเลนส์ออกมาหลากหลายกลุ่ม หลายระยะ คุณภาพเหลือเฟือ มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงแสนเลย

นอกจากนี้วีดีโอยังรองรับไประดับ 4K แล้วถ่าย S-Log2 และ S-Log3 สำหรับถ่ายเพื่อทำการ Grading สีได้ อันนี้งานวีดีโอเขาจะใช้กันเพื่อให้ได้สีภาพตรงตามโจทย์มากขึ้น

จุดเด่น

  • เก่งเหมือน A6500 เลย ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ต่างกันที่กันสั่นในตัว, Buffer, หน้าจอสัมผัส
  • ความละเอียดเหลือเฟือ 24 ล้านพิกเซล เวิร์คมาก รับงานได้สบาย
  • ตัวบอดี้เล็ก น้ำหนักเบา มีเลนส์เล็ก ๆ ให้ใช้เยอะ เวลาถ่ายวีดีโอใส่ Gimbal สบาย ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องตัวกล้องจะหนักหนาอะไร
  • ถ่ายได้รัวมาก 11 ภาพต่อวินาที มันเยอะเหลือ ๆ ที่จะถ่ายภาพในสนามแข่งรถ หรือกีฬาได้เลย
  • วีดีโอรองรับความละเอียดระดับ 4K ถ่าย S-Log2 และ S-Log3 ได้ด้วยแหละ

จุดด้อย

  • ไม่มีกันสั่นในตัวกล้อง อันนี้แหละที่เซ็ง ๆ หน่อย
  • ไม่ใช่รุ่นล่าสุด บางคนอาจจะไม่ชอบ
  • ราคาอาจจะเกินงบสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้น

Sony A6300 รุ่นนี้เหมาะกับใคร?

เรียกว่าไงดี ถ้าในกลุ่มคนทั่วไปกล้องรุ่นนี้ความสามารถเกินที่คุณต้องการแน่นอนครับ เพราะมันทำได้โคตรดีย์ ส่วนใหญ่คนเล่นรุ่นนี้คือเอาไปรับงานเลย ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ อีกอย่างคือราคามันคุ้มมากถ้าไม่ได้คิดจะไป A6500 อ่ะนะ ถ้าใครชอบ Sony แล้วไม่ซีเรียสเรื่องกันสั่นในตัวกล้องผมบอกเลยว่าตัวนี้แทบจะจบได้เลย (ถ้าไม่คิดจะไป Full Frame อย่าง A7 อะนะ) เพราะมันได้คุณภาพไฟล์ของ A6500 มาหมด

ราคา Sony A6300 Body ราคาประมาณ 39,990 บาท

Panasonic Lumix GX9 กล้อง Mirrorless Retro สาย Street (รีวิว Panasonic Lumix GX9 มีแล้วนะ อ่านได้เลย)

กริ๊บมีการออกแบบใหม่ให้จับถนัดมากขึ้น แล้วสามารถ Operate ได้ด้วยมือข้างเดียว

Panasonic Lumix GX9 กล้อง Mirrorless ทรง Range Finder ที่ถูกอัพจาก Panasonic Lumix GX85 มีการอัพเกรดขนาดของพิกเซลจาก 16 ล้าน เป็น 20 ล้านพิกเซลบนเซ็นเซอร์ Micro Four Third แล้วยังเป็นกล้องทรง Retro ที่เหมาะกับการถ่ายภาพสายสตรีทสุด ๆ

จุดเด่นของกล้อง Panasonic Lumix GX9 ก็เป็นเรื่องความละเอียดนั่นแหละ มีระบบกันสั่นในตัวกล้องแบบ 5 แกน หน้าจอปรับมุมมองได้ ดีไซน์ Retro ย้อนยุคแต่ดูสวยหรู การโฟกัสที่รวดเร็วแค่ 0.07 วินาที มีระบบโฟกัสแบบ Contrast Detect 49 จุด สามารถที่จะใช้ความเร็วชัตเตอร์แบบ Mechanic Shutter ที่ 1/4000 และชัตเตอร์แบบไฟฟ้าที่ 1/16000 ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 9 เฟรมภาพต่อวินาที

ในส่วนของการถ่ายวีดีโอนั้นกล้องตัวนี้สามารถที่จะถ่าย 4K บนความต่อเนื่องของภาพที่ 30 fps ให้ภาพที่ดูสมูธไหลลื่นมาก ๆ และยังมีพวก 4K Features ที่เรียกได้ว่า Panasonic นั้นเก่งเรื่องความสามารถแบบ 4K มากครับ

รีวิว Panasonic Lumix GX9

รีวิว Panasonic Lumix GX9 กล้องเรโทร ย้อนยุค ถ่ายภาพสวย เหมาะสำหรับสายเที่ยว

ข้อดี Panasonic Lumix GX9

  • ความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านพิกเซล
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 9 ภาพต่อวินาที
  • รองรับไฟล์วีดีโอแบบ 4K ที่ 30FPS และมีโหมด 4K Photo, 4K Live Cropping, 4K Post Focus, 4K Light Composition
  • การออกแบบมาเหมาสำหรับคนที่ถ่ายภาพสตรีท
  • หน้าจอ EVF แบบปรับมุมมองได้
  • หน้าจอ Tilt สามารถ Touchscreen ได้อย่างนุ่มนวล
  • กันสั่นในกล้องแบบ 5 แกน

ข้อสังเกต Panasonic Lumix GX9

  • กล้องตัวนี้ดีไซน์น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบกล้องแบบเรโทรโดยเฉพาะ เพราะงั้นคนที่ไม่ได้ชอบกล้องสไตล์ SLR อาจจะเบื่อ ๆ ได้ครับ

กล้อง Panasonic Lumix GX9 รุ่นนี้เหมาะกับใคร

  • เรียกได้ว่ากล้องรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบกล้องสไตล์ Retro ย้อนยุค มาถ่ายรูป ที่สำคัญคือเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพงาน Street Photography มากกว่า เพราะว่า Panasonic Lumix GX9 ดีไซน์มันมาทางนี้จริง ๆ ส่วนใครที่ชอบถ่ายภาพพวกงานวีดีโอ ตัวนี้ตอบโจทย์เหมือนกันครับ เพราะไม่ได้กั๊กฟังก์ชั่นอะไรเลย เพียงแต่เรื่องดีไซน์นั่นแหละว่าชอบมากน้อยแค่ไหนครับ

Panasonic Lumix GX9 ราคา $999 เหรียญ ราคาไทยอย่างเป็นทางการตอนนี้ยังไม่มีมาครับ

Panasonic Lumix GX8

Panasonic Lumix GX8

กล้องมิลเรอร์เลสความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ 4K เรียกได้ว่าโหดเหมือนกัน แถมยังถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 10 เฟรมอีกต่างหาก จุดเด่นอีกเรื่องนึงจอ EVF ตัวนี้มันปรับมุมมองได้ด้วยนะ ที่เจ๋งคือมันมี Dual I.S. คือระบบกันสั่นในตัวกล้องแล้วทำงานร่วมกับเลนส์ได้ด้วย แล้วดีไซน์มันก็ออกแนวเรโทรล้ำ ๆ หน่อย เหมาะกับคนถ่ายภาพท่องเที่ยวแล้วอยากได้ไฟล์วีดีโอดี คือจุดเด่นของ Panasonic ที่ทำได้ดีมาตลอดคือเรื่องวีดีโอเนี่ยแหละ นอกจากนี้ยังมีเรื่อง 4K Photo ที่ออกแบบมาให้สามารถถ่ายเป็นวีดีโอได้ 30 เฟรม แล้วเลือกออกมาเป็นภาพถ่ายได้ประมาณนั้น

ถ้าพูดถึงตัวกล้อง Panasonic ผมใช้มาหลายตัวนะ ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยอิงสเปคมันมากเพราะว่าถ่ายตามงานที่เราถนัดมากกว่า แต่ถ้าจะให้ฟันธงว่า Panasonic ค่ายเดียวแต่ละซีรีย์เนี่ยอันไหนดี ผมจะไปมองเรื่องการออกแบบที่เข้ากับสไตล์เราเป็นหลักก่อนค่อยเลือก อันนี้ผมเล่าให้ฟังก่อน เพราะว่าเดี๋ยวจะมี Panasonic อีกรุ่นคือ GX85 ซึ่งทำได้ไม่ต่างกันมาก ก็เลยอยากพูดถึงประเด็นเรื่องของลักษณะการใช้งาน ความสุข ความสนุกที่อยากเอามาเป็นปัจจัยให้ใช้เลือกเหมือนกัน

จุดเด่น

  • ความละเอียด 20.3 ล้านบนเซ็นเซอร์ Micro 4/3 น่าจะมีไม่กี่ตัวนะ เป็นความละเอียดที่เยอะมากเลยแหละ
  • มีกันสั่นในตัวกล้องและทำงานร่วมกับเลนส์ได้ ดีงามมาก เหมาะกับการใช้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ
  • หน้าจอ EVF แบบปรับมุมมองได้ โอ้ว ดีไหมล่ะ
  • บอดี้ Dust Proof – Splash Proof คือกันละอองน้ำ กันฝั่นได้
  • รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ 4K และถ่ายภาพแบบ 4K Photo ได้ ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Panasonic เลย
  • หน้าจอ LCD ปรับมุมมองได้ เหมาะกับการถ่ายงานวีดีโอมากมาย
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 10 ภาพต่อวินาที มันเหลือ ๆ ที่จะเอาไปถ่ายเล่นหรือว่าถ่ายงาน
  • บอดี้เหมาะกับการใช้งานลุย ๆ บอดี้จับได้ค่อนข้างเต็มมือ

จุดด้อย

  • บอดี้อาจจะดูใหญ่สำหรับบางคน
  • รุ่นนี้ออกมาสักระยะนึง เสน่ห์อาจจะไม่ดึงดูดสายตาเหมือนรุ่นใหม่ ๆ

Panasonic Lumix GX8 รุ่นนี้เหมาะกับใคร?

ด้วยที่ Panasonic ออกแบบมาให้ใช้งานได้สนุก และหลากหลาย ถ้ามองเรื่องถ่ายภาพแบบทั่วไปสนุก ๆ กล้องตัวนี้ตอบโจทย์ได้ครบเครื่อง แต่ก็อยากให้มองเรื่องขนาดมันอาจจะใหญ่ไปสำหรับผู้หญิง เพราะมันใช้รับงานแบบมืออาชีพได้เลย ถ้าดูจากบอดี้ การจับถือ สเปคที่ให้มา มันก็น้อง ๆ Flagship ไปแล้ว ดังนั้นอยากให้ดูสไตล์ของเราก่อน ถ้าชอบจริง ๆ เรื่องสเปคไม่มีข้อกังขาเลย จะเอาไปถ่ายอะไรก็สนุก

Panasonic Lumix GX8 ราคาประมาณ 39,990 บาท ลองดูโปรโมชั่นแต่ละร้านดูครับ ข้อดีของรุ่นเก่าหน่อยคือเราอาจจะต่อราคาหน้าร้านได้ ยังไงลองถามพนักงานดูนะ

Panasonic Lumix GX85

panasonic-lumix-gx-85

รุ่นนี้เป็นกล้องเซ็นเซอร์ Micro Four Thirds ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีกันสั่น 5 แกน แล้วถ่าย 4K Photo ได้ตามแบบฉบับของ Panasonic งานวีดีโอของ Panasonic เรียกได้ว่าเจ๋งสุด ๆ แล้ว คือสามารถถ่ายวีดีโอในระดับ 4K ได้เลย ซึ่งถ่ายได้เฟรมเรต 30/24 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้กันสั่นก็ยังมี Dual I.S. ด้วย

ส่วนกล้องตัวนี้จะต่างจาก GX8 ตรงที่ช่องมองมันปรับมุมมองไม่ได้ แล้วความละเอียดน้อยกว่าหน่อย แต่พูดถึงเรื่องความสนุกในการใช้งาน กล้องตัวนี้ให้ได้สนุกมาก แล้วหน้าตามันดูเป็นมิตรกว่า GX8 อยู่ประมาณนึงครับ ส่วนหน้าจอจะเป็นแบบ Tilting ครับ

สำหรับใครที่คิดว่าไม่ได้ชอบสไตล์ GX8 นั้นทางด้าน GX85 ก็จะเป็นทางเลือกอีกตัวหนึ่งสำหรับคนที่อยากได้กล้องที่มันดูใช้งานสนุก ไม่ซีเรียส(ดูไม่โปรมาก) แต่ก็ยังได้ประสิทธิภาพที่ดีมาก ๆ อยู่ครับ

จุดเด่น

  • ออกแบบมาให้น่าใช้งาน ดูเป็นมิตรมาก ดูจากรีวิวได้ ดีไซน์สวย เรียบหรู
  • ความละเอียด 16 ล้าน เพียงพอสำหรับการไปเที่ยว ถ่ายภาพรีวิว ลงเฟซบุ๊ค ถ่ายเอาไฟล์มาโปรเซสตกแต่งก็โอเค
  • มีกันสั่นแบบ Dual I.S. เหมือน GX8 เลยล่ะ สามารถใช้กันสั่นทั้งตัวกล้องและตัวเลนส์ร่วมกันได้ ให้ความนิ่งที่ดีมาก
  • ถ่ายวีดีโอได้ในระดับ 4K และมี 4K Photo สำหรับการถ่ายวีดีโอเป็น 4K แล้วเลือกเซฟภาพได้ สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วย 4K Photo ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
  • ราคาเริ่มต้นถูกเมื่อเทียบกับความสามารถ

จุดด้อย

  • หน้าจอแบบ Tilt อาจจะไม่สะดวกเท่าแบบ GX8
  • จอ EVF ปรับมุมมองไม่ได้

Panasonic Lumix GX85 รุ่นนี้เหมาะกับใคร?

กล้องรุ่นนี้มันเหมาะกับการเป็นกล้องที่ใช้ไปเที่ยวมาก ๆ มันเบา เล็ก พกง่าย แล้วมันมีทุกอย่างรวมอยู่ในนั้นทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ สำหรับใครที่อยากได้กล้องเล็ก ๆ เก๋ ๆ ถ่ายภาพสวยในทุกวัน กล้องตัวนี้โอเคมาก แถมดีไซน์มันไม่ดูล้าสมัยเลย พกได้ทุก ๆ วันครับ

Panasonic Lumix GX85 ราคาประมาณ 29,990 บาท

2.กล้องที่เน้นน้ำหนักไปงานวีดีโอระดับกลาง เน้นทำ Vlog,YouTube, คนที่อยากได้กล้องวีดีโอในงบจำกัด ถ่ายงานได้ ต้นทุนไม่สูง และถ่ายภาพโอเค

Sony A6300 (พิมพ์ไว้ด้านบนแล้ว แต่ขอก๊อบยกมานะ คนอ่านจะได้อ่านง่าย)

Sony A6300 ราคาประมาณ 36,990 แต่ด้วยที่รุ่นเก่าราคาโปรโมชั่นจะถูกกว่านี้พอสมควรเลย
Sony A6300 ราคาประมาณ 36,990 แต่ด้วยที่รุ่นเก่าราคาโปรโมชั่นจะถูกกว่านี้พอสมควรเลย

กล้องรุ่นนี้ออกมาก่อนตัว A6500 ซึ่งความต่างคือรุ่นนี้ยังไม่มีหน้าจอแบบสัมผัส Buffer จะน้อยกว่าหน่อย คือรัว ๆ ได้น้อยกว่า A6500 และ กันสั่นในตัวกล้องแต่ถ้ามองในเรื่องราคาเนี่ย ตัวนี้ถือว่าคุณภาพและความสามารถก็เหมือนกับได้ A6500 เลย สำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการรุ่นใหม่ล่าสุด A6300 ถือว่าเวิร์คมากครับ

กล้องรุ่นนี้ให้ความละเอียดก็ 24 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด APS-C แล้วก็ถ่ายต่อเนื่องได้ 11 ภาพต่อวินาทีซึ่งเท่ากับ A6500 เลย มันก็มากเพียงพอที่จะถ่ายภาพได้หลากหลายแนว เอาไปรับงานก็ได้สบายมาก นอกจากนี้ Sony ทำเลนส์ออกมาหลากหลายกลุ่ม หลายระยะ คุณภาพเหลือเฟือ มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงแสนเลย

นอกจากนี้วีดีโอยังรองรับไประดับ 4K แล้วถ่าย S-Log2 และ S-Log3 สำหรับถ่ายเพื่อทำการ Grading สีได้ อันนี้งานวีดีโอเขาจะใช้กันเพื่อให้ได้สีภาพตรงตามโจทย์มากขึ้น

จุดเด่น

  • เก่งเหมือน A6500 เลย ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ต่างกันที่กันสั่นในตัว, Buffer, หน้าจอสัมผัส
  • ความละเอียดเหลือเฟือ 24 ล้านพิกเซล เวิร์คมาก รับงานได้สบาย
  • ตัวบอดี้เล็ก น้ำหนักเบา มีเลนส์เล็ก ๆ ให้ใช้เยอะ เวลาถ่ายวีดีโอใส่ Gimbal สบาย ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องตัวกล้องจะหนักหนาอะไร
  • ถ่ายได้รัวมาก 11 ภาพต่อวินาที มันเยอะเหลือ ๆ ที่จะถ่ายภาพในสนามแข่งรถ หรือกีฬาได้เลย
  • วีดีโอรองรับความละเอียดระดับ 4K ถ่าย S-Log2 และ S-Log3 ได้ด้วยแหละ

จุดด้อย

  • ไม่มีกันสั่นในตัวกล้อง อันนี้แหละที่เซ็ง ๆ หน่อย
  • ไม่ใช่รุ่นล่าสุด บางคนอาจจะไม่ชอบ
  • ราคาอาจจะเกินงบสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้น

Sony A6300 รุ่นนี้เหมาะกับใคร?

เรียกว่าไงดี ถ้าในกลุ่มคนทั่วไปกล้องรุ่นนี้ความสามารถเกินที่คุณต้องการแน่นอนครับ เพราะมันทำได้โคตรดีย์ ส่วนใหญ่คนเล่นรุ่นนี้คือเอาไปรับงานเลย ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ อีกอย่างคือราคามันคุ้มมากถ้าไม่ได้คิดจะไป A6500 อ่ะนะ ถ้าใครชอบ Sony แล้วไม่ซีเรียสเรื่องกันสั่นในตัวกล้องผมบอกเลยว่าตัวนี้แทบจะจบได้เลย (ถ้าไม่คิดจะไป Full Frame อย่าง A7 อะนะ) เพราะมันได้คุณภาพไฟล์ของ A6500 มาหมด

ราคา Sony A6300 Body ราคาประมาณ 39,990 บาท

Panasonic Lumix G85

Panasonic Lumix G85

กล้องมิลเรอร์เลส 4K เสริมความสามารถเจ๋ง ๆ ในการถ่ายวีดีโอด้วยกันสั่นแบบ 5 แกน เป็นกล้องวีดีโอที่ราคาไม่สูงครับ แล้วได้ความละเอียดในระดับ 4K ส่วนการถ่ายภาพนิ่งนั้นความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดมาตรฐานของเซ็นเซอร์กลุ่ม APS-C เนอะ

นอกจากนี้ตัวบอดี้ยังกันละอองน้ำกันฝุ่น แล้วก็สามารถที่จะใช้ความสามารถในโหมด 4K ของ Panasonic ได้เยอะมาก ทั้ง 4K Photo อะไรแบบั้น เป็นกล้องที่ถ่ายวีดีโอได้คุณภาพดีและราคาน่ารักครับ

จุดเด่น

  • ถ่าย 4K ได้ดีมากเลยทีเดียว
  • มีกันสั่น 5 แกน สามารถใช้ในงานวีดีโอได้ดีเลย
  • บอดี้กันน้ำกันฝั่น
  • ราคาประหยัดนะ ถ้าเทียบกับกล้องที่มี 4K และกันสั่น 5 แกนในกลุ่มเดียวกัน ราคาอาจจะมีต่างจากนี้

จุดด้อย

  • บางคนไม่ชอบความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • บอดี้ทรงมันดูมืออาชีพประมาณนึง ผู้หญิงอาจจะไม่ชอบ

Panasonic Lumix G85 รุ่นนี้เหมาะกับใคร

ตามโจทย์เลยคือกล้องรุ่นนี้ 4K ในราคาที่ไม่แพงนะ สามารถเองงบเทไปกับเลนส์ได้มากขึ้น หรือจะเป็น Gimbal ก็ได้ สามารถถ่ายท่องเที่ยวได้สบาย ๆ แต่ต้องเป็นคนที่ชอบบอดี้ตัวนี้นะ เพราะมันดูลุย ๆ เป็นกล้องสไตล์ผู้ชายมากกว่า

ราคา Panasonic Lumix G85 น่าจะประมาณ 37,990 บาท รวมเลนส์แล้ว ยังไงลองหาโปรโมชั่นตามร้านดูครับ

Olympus OM-D E-M5 Mark II

Olympus OM-D E-M5 Mark II

กล้องตัวนี้ออกมาสักพักแล้ว ที่เหลือหยิบมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกเพราะว่ามันออกแบบมาให้ถ่ายทั้งภาพนิ่งและวีดีโอได้ดีทีเดียวนะ ความละเอียดของกล้องตัวนี้ 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมากพอสำหรับงานภาพนิ่งครับ และมีโหมด High Res Shot ที่ถ่ายภาพความละเอียด 40 ล้านพิกเซลได้ ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ภาพต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีกันสั่นแบบ 5 แกนด้วย อย่างที่บอกว่ากล้องค่ายนี้ทำกันสั่นได้เก่งมาก ๆ

ในส่วนของตัววีดีโอ ถ้านับจากรุ่นใหม่ ณ ทุกวันนี้อ่ะถือว่าเริ่มด้อยละเพราะมันทำได้แค่ Full HD สำหรับบางคนอาจจะรับได้ ผมก็คิดว่าโอเคนะ แต่ถ้าคนอยากไป 4K คงต้องเป็นตัวเลือกอื่นแล้วล่ะ

ข้อดี

  • กันสั่นทำงานได้ดีมาก
  • มีโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง จาก 16 ล้านเป็น 40 ล้านพิกเซล
  • มีระบบกันสั่นแบบ 5 แกน นิ่งกริ๊บ ๆ สำหรับงานวีดีโอ
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 10 ภาพต่อวินาที เหลือเฟือมาก
  • เลนส์สำหรับกล้องตัวนี้เริ่มได้สบายกระเป๋า

ข้อด้อย

  • กล้องมันออกมานานสักพักละ
  • ความละเอียดเป็น Full HD
  • ไฟล์วีดีโอของ Olympus อาจจะยังไม่เท่า Panasonic นะ จากที่ใช้ ๆ มา แต่ว่าระบบกันสั่นของ Olympus จะดีมากกว่า

3.กล้องระดับโปร ไม่เกี่ยงงบ เอาสุด ทั้งสายภาพนิ่งและวีดีโอ

Sony A6500

Sony A6500

รุ่นนี้เรียกได้ว่างานดีมาก ตัวสุดของเซ็นเซอร์ APS-C ที่มาแรงกว่าทุกค่ายเลย ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล มีกันสั่น 5 แกนในตัวกล้อง Dynamic Range กล้องก็ดี ดึงไฟล์ได้เจ๋งเลยแหละ ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 11 ภาพต่อวินาที ที่สุดกว่านั้นคือมันถ่ายวีดีโอแบบ 4K แบบ Log ได้ เอาไฟล์มา Grading สีอะไรได้อีกเยอะ มันเป็นกล้องที่ลุยได้ทั้งงานภาพนิ่งและวีดีโอ แถมยังแต่งสีงานวีดีโอได้อีกเยอะ

จุดเด่นอีกเรื่องคือ Buffer ของ Sony A6500 ที่ถูกอ้ัพมาให้กดรัวได้นานขึ้น ทำให้เราสามารถจับภาพในจังหวะยาก ๆ ได้โคตรโหดเหมือนกัน (แต่ราคาก็โหดตามอ่ะนะ) สำหรับใครที่อยากได้กล้องเซ็นเซอร์ APS-C ตัวสุดก็อยากจะแนะนำตัวนี้อยู่แหละ

ข้อดี

  • ความละเอียดภาพนิ่งดีมาก 24.2 ล้านพิกเซล ก็เยอะมากในกลุ่มกล้อง APS-C
  • รัวได้ 11 ภาพในหนึ่งวินาที เอาไปถ่ายคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนต์สุดยอดมาก
  • ระบบโฟกัสของ A6500 ถูกพูดถึงเยอะมากเรื่องประสิทธิภาพ ดีเลยแหละ ดีมาก พอรัวได้ยับนี่ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาเทียบแล้ว
  • ไฟล์วีดีโอก็ทำได้ดีด้วย ถ่าย Log ได้ เอามา Grading ได้อีกเยอะ
  • มีกันสั่นในตัวกล้องที่ช่วยอะไรหลาย ๆ อย่างได้มาก ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ
  • บอดี้เล็กน้ำหนักก็เบา

ข้อด้อย

  • ช่วงเปิดตัวแรก ๆ บางคนมีปัญหากันสั่นกับการถ่ายวีดีโอแล้วภาพมันแอบกระตุกนิดหน่อย บางคนเอาไปเปลี่ยนก็หาย บางคนเอาไปเปลี่ยนก็มีอาการนี้ เหมือนช่วงนี้ปัญหานี้จะหมดแล้วนะ เพราะไม่มีใครพูดถึงเลย อาจจะเพราะมี Firmware Update แก้ปัญหานี้แล้ว

Sony A6500 รุ่นนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบประสิทธิภาพทั้งงานภาพนิ่งและวีดีโอ ถ่ายรัว ๆ กล้อง Candid งานพิธี หรือคนที่ชอบกล้องตัวแรง ๆ จี๊ด ๆ น้ำหนักเบา ใช้งานได้โหดจริง ยังไงตัวนี้ก็ตอบโจทย์ครับ

Sony A6500 Body ราคา 51,990 บาท ลองหาโปรโมชั่นตามร้านดูได้ถูกกว่านี้แน่นอน

Panasonic Lumix GH5

กล้อง Hybird Camera ที่เก่งทั้งงานภาพนิ่งและงานวีดีโอ มีความละเอียดที่ดีมาก กันสั่นที่ยอดเยี่ยม ถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่อง 12 ภาพต่อวินาที ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซลแบบไม่มี Low Pass Filter ระบบกันสั่น 5 แกน ความสามารถในการถ่ายวีดีโอ 4K แบบ 4:2:2 10-bit งานระดับภาพยนต์ได้เลย เรียกได้ว่ากล้องตัวนี้เหมาะกับงานวีดีโอเป็นหลัก และงานภาพนิ่งในระดับมืออาชีพก็ทำได้ดีมาก แค่วีดีโอเด่นกว่าแค่นั้นเอง

ความสามารถของกล้องตัวนี้เรียกได้ว่าถ้าให้นั่งรีวิวแบบทั่วไปสองชั่วโมงก็ยังไม่จบแน่นอน แต่บอกได้คำเดียวว่าเป็นกล้องที่เหมาะกับงานโปรดักชั่นที่จริงจัง เน้นวีดีโอเป็นหลักได้ นำไปเกรดสีได้สุดยอดมาก ส่วนงานถ่ายภาพก็ไม่ได้แพ้ใครเลยครับ

จุดเด่น Panasonic Lumix GH5

  • เป็นกล้องที่สุดยอดทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ
  • ระบบกันสั่นนิ่งมาก สามารถทำงานวีดีโอได้โดยที่ไม่ต้องมี Gimbal Stabilizer เลย
  • ความละเอียดวีดีโอ 4K 4:2:2 10bit เป็นความละเอียดที่ดีมาก มีกล้องไม่กี่ตัวที่ทำได้แบบนี้ เหมาะกับสายวีดีโอหนัก ๆ เลยในการทำงานกับสี
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 12 ภาพต่อวินาที

จุดด้อย Panasonic Lumix GH5

  • หลายคนยังไม่ชอบที่เป็นเซ็นเซอร์ Micro 4/3
  • บอดี้มีขนาดใหญ่

Panasonic Lumix GH5s

panasonic lumix gh5s

กล้องสายวีดีโอสุดยอดแห่ง Professional สายวีดีโอสำหรับค่าย Panasonic Lumix GH5s ตัวนี้ ซึ่งได้มีการปรับปรุงมากขึ้นจาก Panasonic Lumix GH5 ให้มาโดดเด่นทางด้านงานวีดีโอโดยเฉพาะ โดยความละเอียดลดลงเหลือแค่ 10.2 ล้านพิกเซล เพื่อให้สามารถที่จะถ่ายวีดีโอในที่แสงน้อยได้โหดร้ายมากขึ้น คืองานดีมาก ๆ แล้วก็มาพร้อมระบบออโต้โฟกัส 225 จุด รองรับการ Focus ในที่แสงน้อยที่ -5 EV รองรับ ISO ที่ 51200 มาพร้อมระบบ Native ISO ที่ 400 และ 2500

ในด้านการถ่ายวีดีโอนั้นสามารถที่จะถ่ายวีดีโอได้แบบ 4K และ C4K ความละเอียดที่ 4096×2160 ที่ 50fps และ 60fps รองรับการถ่ายวีดีโอ Full HD Slow Motion ที่ 240fps คือสุดยอดมาก ๆ นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายวีดีโอแบบ 4:2:2 10 Bit พร้อมระบบ V-Log ที่มาในกล้องเรียบร้อยไม่ต้องซื้อเพิ่ม แถมยังรองรับ Time Code สำหรับสายวีดีโออีกด้วยนะ

ซึ่งดูจาก Spec ที่ให้มาแล้ว Panasonic Lumix GH5s เป็นสุดยอดกล้องสำหรับสายวีดีโอที่โดดเด่นที่สุดตัวหนึ่งเลยครับ ใครที่คาดหวังว่าจะทำงานสายวีดีโอ กล้องตัวนี้คือที่สุดแล้วแหละ

รีวิว Panasonic Lumix GH5s

จุดเด่นใน Panasonic Lumix GH5s

  • งานวีดีโอที่เนี๊ยบมากครับ เพราะให้ 4K,C4K แล้วก็ยังมีระบบสีที่ 4:2:2 10 BIT อีกด้วยนะ
  • รองรับ V-Log คือสามารถที่จะให้ไฟล์เพื่อใช้ในการ Grading ได้เยี่ยมมมาก ๆ
  • สามารถที่จะถ่ายภาพแบบ Slow Motion ได้มากถึง 240 FPS บนความละเอียด Full HD คือไม่ธรรมดาสุด ๆ
  • ระบบระบายความร้อนทำได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ข้อสังเกตใน Panasonic Lumix GH5s

  • ตัดความละเอียดลงไป ทำให้การถ่ายภาพนิ่งอาจจะไม่เหมาะกับคนชอบกล้องแบบกลาง ๆ ทำได้หลายอย่าง

ใครที่เหมาะกับ Panasonic GH5s

  • คนที่เหมาะกับ Panasonic Lumix GH5s ตัวนี้เรียกได้ว่าสายงานวีดีโอเลยแหละ เพราะว่าตัวนี้ไม่ได้โดดเด่นในภาพนิ่งเท่าไหร่เลย แต่งานวีดีโอคือใช้ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ประเภทภาพยนตร์เยอะครับ ใครที่ตั้งใจจะลงทุนกับงานวีดีโอเป็นหลักก็คือกล้องตัวนี้เลย

Panasonic Lumix GH5s ราคา 89,990 บาท

Panasonic Lumix G9

กล้องเรือธงเทียบกับ Panasonic Lumix GH5 เลย แต่ว่าเป็นสาย Photo โดยเฉพาะ โดยตัดความสามารถพวก 4:2:2 10 bit ไป แต่ยังถ่าย 4K นะ ส่วนทางด้านการถ่ายภาพถือว่าเป็นสุดยอดที่สุดของค่า Panasonic เลยทีเดียว โดยความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้เร็วสุด 60 ภาพต่อวินาที แต่ถ้าเป็นถ่ายภาพต่อเนื่องแบบโฟกัส Tracking ก็จะได้ 20 ภาพต่อวินาทีแบบไม่มี Black Out ด้วย นอกจากนี้ยังมีโหมด High Resolution Shot ที่ 80 ล้านพิกเซล

สำหรับคนที่ซื้อ Panasonic Lumix G9 มาใช้งานก็สามารถคาดหวังที่จะใช้รับงานได้อย่างสบายครับ เพราะกล้องมีความสามารถที่สูงมาก ๆ อีกทั้งสิ่งที่การออกแบบในกล้องรุ่นนี้ยังจับได้ถนัดมือมาก แล้วน้ำหนักเบา

จุดเด่น

  • ถ่ายวีดีโอ 4K ได้
  • มีโหมดความละเอียดสูง 80 ล้านพิกเซล
  • ตัวกล้องสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 60 ภาพในหนึ่งวินาที, แต่ถ้า Tracking ได้ 20 ภาพในหนึ่งวินาที ไม่มี Black Out, Mechanic Shutter ได้ 9 ภาพต่อวินาที
  • ตัวบอกดี้ออกแบบสำหรับทำงานจริงจัง
  • เหมาะสำหรับคนที่ถ่ายรับงาน หรืองานอดิเรกที่คาดหวังประสิทธิภาพสูง

จุดด้อย Panasonic Lumix G9

  • บางคนไม่ชอบเซ็นเซอร์ Micro 4/3
  • ราคาระดับกล้องเรือธงเหมือนกันครับ

Sony A9

ไม่ต้องบรรยายมากสำหรับกล้องตัวนี้ เป็นสุดยอดของกล้องตั้งแต่ปี 2017 มาแล้ว เป็นกล้อง Full Frame ที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 20 ภาพต่อวินาที จุดโฟกัสบ้าพลังมาก 693 จุด ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล ใครที่รักความสุดจริง ๆ ก็ต้องกล้องตัวนี้นั่นแหละนะ นอกจากนี้ตัวกล้องยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกนให้อีก ส่วนเรื่องวีดีโอ 4K ได้อยู่แล้ว เป็นสุดยอดกล้องของค่ายโซนี่เขาเลย

จุดเด่น

  • ภาพเนี๊ยบ รัวได้ 20 เฟรมต่อวินาที ความละเอียดเหลือเฟือกับการใช้งานระดับโปร
  • จุดโฟกัสคลุม 93% ของทั้งเฟรม คือมันโหดมาก
  • มีระบบกันสั่น 5 แกน
  • วีดีโอ 4K
  • มันถูกออกแบบมาให้ใช้งานหนักได้สบายมาก คือรับงานอะไรกล้องตัวนี้ก็ไปได้ไหม
  • ไม่มี Blackout (กล้องมิลเรอร์เรสเวลาถ่ายภาพมันจะมีจังหวะที่กล้องลั่นชัตเตอร์เกิดภาพดำขึ้น ทำให้เสียจังหวะการถ่าย)

จุดด้อย

  • แพงอ่ะ 555 แต่ก็ถูกกว่ากล้อง DSLR ในความสามารถเดียวกันนะ เผลอ ๆ อาจจะเหนือกว่าในบางเรื่อง
  • ภาพรัวได้เยอะ แต่เวลาเลือกไฟล์ก็เหนื่อยเหมือนกัน ต้องเตรียมแผนสำหรับพื้นที่เก็บข้อมูลที่เยอะขึ้น
  • การถ่ายรัว 20 เฟรมเป็นชัตเตอร์ไฟฟ้า มันเงียบ คือมันดีนะแต่ก็มีข้อเสียคือฟิลลิ่งเหมือนกล้องที่เราคุ้นเคยจะไม่ค่อยมี

Sony A9 กล้องนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่มีตังซื้อ 5555 คำถามมันบ้ามากถ้าถามว่าเหมาะกับใคร เพราะคนที่ใช้กล้องนี้ส่วนใหญ่จะรู้อยู่แล้วว่ามันตอบโจทย์งานได้เยอะมาก แต่การซื้อไปถ่ายเล่นนั้นก็อยู่ที่ตัวบุคคลแล้วล่ะครับ ผมคงแนะนำอะไรไม่ได้มากจริง ๆ กับกล้องตัวนี้ เพราะมันเล่นทำได้ทุกอย่างเลย

ราคา Sony A9 อยู่ที่ 149,990 บาทจ้า ลองถามโปรโมชั่นหน้าร้านดูเผื่อเขา Offer อะไรให้เพิ่มครับ

Sony A7 III กล้อง Full Frame ระดับเริ่มต้นของ Sony แต่สเปคโคตรโหด มันคือกล้องโปรแต่ราคามือใหม่

กล้อง Sony A7III เป็นกล้อง Full Frame ของทาง Sony ที่มีความสามารถสูงมาก และเป็นกล้องที่หลายคนนั้นกำลังรอคอยกล้องรุ่นนี้กันสุด ๆ กล้องรุ่นนี้มีความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล สามารถที่จะใช้ ISO ที่ 100-204800 สามารถที่จะถ่ายภาพ 10 ภาพต่อวินาที คือโคตรโหดกว่ารุ่นก่อน ๆ มาก นอกจากนี้ยังมีระบบกันสั่น 5 แกน ที่สามารถชดเชยได้ถึง 5 Stop นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัส 4D Phase Detection 693 จุด และ Contrast Detection 425 จุด เป็นกล้องที่โหดแทบจะกินทั้งตลาด

นอกจากนี้การถ่ายวีดีโอของ Sony A7III นั้นยังสามารถที่จะถ่ายได้ถึง 4K 30fps และยังถ่าย Slow Motion Full HD ที่ 120 FPS อีกต่างหาก ยังไม่หมดแค่นั้น มันยังถ่ายวีดีโอแบบ SLOG 3 ได้อีกด้วยนะ รองรับการใส่การ์ด 2 สองช่องแบบสบาย ๆ รองรับ UHS-II อีก สเปคโคตรโหดมาก ๆ ครับ แล้วบอดี้ยังเป็น Weather Seal อีกต่างหาก

รีวิว Sony A7III

จุดเด่นของ Sony A7III

  • เซ็นเซอร์ Full Frame ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพต่อวินาที
  • จัดการ Noise ได้เนียนแม้ว่าจะถ่ายภาพที่ ISO สูง
  • ระบบโฟกัสยอดเยี่ยมมาก 4D Focus 693 จุด และ Contrast Detection 425 จุด
  • ถ่ายภาพความละเอียดแบบ 4K สบาย ๆ
  • ช่องใส่การ์ด 2 ช่อง แก้ปัญหารุ่นก่อน ๆ
  • แบตเตอรี่อัพเกรดใหม่ อึดกว่าเดิมอีก

จุดด้อยของ Sony A7III

  • ไม่รู้จะติอะไร คือให้มาโหดมาก ๆ แล้วครับ

ใครที่เหมาะกับ Sony A7III

  • Sony A7III เป็นกล้องที่ให้ความสามารถมาอย่างโดดเด่น ใครมีงบที่จะมาเล่นกล้องระดับ Full Frame แล้วอยากเลือกสักตัว กล้อง Sony A7III จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราถ่ายภาพได้หลายแบบ แล้วยังถ่ายวีดีโอได้ด้วย เป็นกล้องที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปีตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ

 

Sony A7R III

Sony A7R III

กล้องรุ่นใหม่ค่าย Sony สำหรับตัวที่เน้นด้านความละเอียด ความละเอียดจะเท่ากับรุ่นก่อนคือ 42.4 ล้านพิกเซล ลั่นได้ต่อเนื่องเพิ่มเป็น 10 เฟรมต่อวินาที  จุดโฟกัสเพิ่มเป็น 425 จุด จาก 399 จุด โคตรเยอะอ่ะบอกเลย ลึก ๆ แล้วมันเป็นกล้องที่รัวได้ไวประมาณครึ่งนึงของ A9 แต่ความละเอียดมันเกือบเท่านึง คือเป็นกล้องเรือธงสายภาพนิ่งที่เน้นความละเอียด

เสียงชัตเตอร์รุ่นนี้เพราะมากขึ้น ใช้สนุก มันส์มือมาก กันสั่นทำงานได้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนประมาณนึง ที่สำคัญคือมีความสามารถ Pixel Shift คือเอาภาพมาซ้อนกัน เป็นเทคโนโลยีในการขยับเซ็นเซอร์ จากนั้นจะได้ภาพที่ละเอียดมากขึ้นโคตร ๆ นอกจากนี้ VDO 4K ก็ไม่ได้กั๊กนะ ถ่าย S-Log 3 ได้ด้วย สามารถใช้ทั้งงานวีดีโอแล้วก็งานภาพนิ่งได้สบาย ๆ เลยจ้า

จุดเด่น

  • ความละเอียด 42.2 ล้านแม้จะเท่าเดิมแต่เสริมความสามารถ Pixel Shift ที่ให้รายละเอียดได้มากยิ่งขึ้นไปอีก
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 10 ภาพต่อวินาที เยอะมากขึ้นนะ ทำให้เราได้จังหวะถ่ายภาพได้ดีขึ้น และกล้องมีความละเอียดอยู่แล้ว เลยไม่ต้องห่วงเลยเรื่องความสามารถ
  • ถ่ายวีดีโอ 4K มี S-Log3 ทำ Grading สีสบาย ๆ เลย
  • จุดโฟกัสเพิ่มเป็น 425 จุด จะเยอะไปไหนเนี่ย
  • แบตเตอรี่ก้อนใหญ่ อยู่ได้นานขึ้น

จุดด้อย

  • กินพื้นที่เยอะ นึกภาพถ่ายวินาทีนึง 10 ภาพ แล้วไฟล์ขนาด 42 ล้านพิกเซลแบบ RAW ถ่ายสักงานนึง มีเหนื่อยอ่ะ ต้องเพิ่มทั้งเมมกล้อง ที่เก็บข้อมูลในคอม คอมโปรเซสภาพก็ต้องถึงด้วย นอกจากนี้เรื่องเวลาการทำงานอีก ดังนั้นประมาณตัวเองให้ดีนะ
  • โซนี่ไม่รู้เป็นไร เวลาซูมภาพที่ถ่ายต้องเริ่มที่ 100% มันต้องมานั่งกด zoom out บนความละเอียด 42 ล้าน = = เพลียใจ

Sony A7R III กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

กล้องรุ่นนี้เหมาะกับคนที่รักความละเอียด ชอบถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง และรัวได้ด้วย เป็นกล้องที่ใช้งานได้สนุกมากจริง ๆ นะ ลุยได้เยอะมาก สำหรับคนที่อยากเที่ยวต่างประเทศแล้วได้ภาพแจ่ม ๆ กลับมาผมบอกเลยว่ากล้องตัวนี้ต้องมีนะ หรือจะไป A7R II ก็ได้ครับ ถ้าหากว่างบไม่ถึงแต่อยากได้ความละเอียด

Sony A7R II

Sony A7R II

กล้องรุ่นก่อนที่เคยเป็นเรือธงในด้านความละเอียดของ Sony เป็นรุ่นที่ให้ความละเอียเหมือนรุ่นล่าสุด แต่ว่ารัวได้น้อยกว่า คือประมาณ 5 เฟรมต่อวินาที มีกันสั่น 5 แกน ถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้ ถ่าย S-Log 2 สำหรับงาน Grading ได้ด้วย เป็นกล้องที่เน้นด้านความละเอียด

ถ้าพูดถึงปีนี้ กล้องตัวนี้เป็นตัวที่ใครไม่ได้จะไป A7R III ก็ต้องลงมาที่ A7R II นี่แหละ ราคาก็ถูกกว่าและมีโปรโมชั่นเยอะครับ เป็นกล้องอีกตัวที่ใช้สนุก

จุดเด่น

  • ความละเอียดสูง 42.2 ล้านพิกเซล เหลือเฟือ ความละเอียดเท่ากับรุ่นใหม่ Sony A7R III
  • ราคาถูกลงเพราะมีรุ่นใหม่กว่ามาแล้ว
  • ถ่าย 4K S-Log 2 เอามาทำสีได้สนุก
  • มีกันสั่น 5 แกน ใช้กับงานวีดีโอได้สนุกมาก
  • จุดโฟกัส Phase Detection 399 จุด

จุดด้อย

  • แบตเตอรี่แอบหมดเร็วอยู่นะ
  • ใช้พื้นที่เยอะเหมือนที่เคยบอกใน Sony A7R III

Sony A7R III กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร

สำหรับกล้องรุ่นนี้ใครรักความละเอียด สายเที่ยว เอาไฟล์มาทำเนี๊ยบ ๆ ในเรื่องภาพนิ่งก็เหลือเฟือเลย เป็นกล้องที่โหดมาก ๆ แต่ถ้าหากว่าเอามาถ่ายวีดีโอก็เป็นรองพวก A7S II อยู่บ้างตาม Position ของตัว Product เอง แต่ถ้าหากเอามาใช้งานทั่วไป งบประมาณจำกัด(ในงบมือโปรนะ) ตัวนี้เหลือโคตร ๆ ต้องโดนอ่ะ

Sony A7S II

Sony-A7S-Mark-II

กล้องสายวีดีโอที่บ้าพลังมาก เพราะออกแบบมาให้เจาะงานด้านนี้โดยเฉพาะ ISO ที่ดันได้สูงสุด 409,600 เคยใช้กล้องตัวนี้ถ่ายตอนกลางคืน หืมม งานดีย์ ดีมาก ๆ คือถ้าสายวีดีโอแล้วอยากได้เซ็นเซอร์ Full Frame ก็มีตัวนี้แหละตัวจบ อีกทั้งยังมีกันสั่น 5 แกน ถ่าย 4K ได้สบาย ๆ จ้า

สำหรับการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดเขาจะน้อย คือ 12.2 ล้านพิกเซล ที่น้อยเพราะออกแบบมาให้มีสัญญาณรบกวน (Noise) ในภาพต่ำ และสามารถใช้ศักยภาพของเซ็นเซอร์เพื่องานวีดีโอได้อย่างเต็มเหนี่ยว

จุดเด่น

  • มันเกิดมาเพื่องานวีดีโอ ทุกอย่างทำมาเพื่อตอบโจทย์คนทำงานด้านวีดีโอเลย
  • ถ่ายวีดีโอกลางคืน งานคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ ถ่ายพลุ โคตรเนี๊ยบ
  • มีกันสั่น 5 แกน

จุดด้อย

  • คนที่อยากถ่ายภาพบ้างต้องทำใจเรื่องความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซลนะ

Sony A7S II กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ต้องการถ่ายวีดีโอเป็นหลัก งานเนี๊ยบ ๆ สามารถถ่ายวีดีโอ Commercial ได้สบายเลยนะกล้องตัวนี้ แต่เหมาะกับคนที่ทำวีดีโอคอนเทนต์เพื่อสร้างรายได้ หรือเชิงพาณิชย์นั่นแหละ

Fujifilm X-H1

กล้องตัวแรกที่ Fujifilm มีกันสั่นในตัวกล้อง ซึ่งบทความนี้ตอนแรกที่เขียนยังไม่มีกล้องรุ่นนี้ออกมา แต่ว่าตอนนี้มีแล้วครับ ซึ่งความสามารถก้องตัวนี้บอกได้เลยว่าออกมาเบียด Fujifilm X-T2 ได้เลยแหละ ความละเอียดตัวกล้อง 24 ล้านพิกเซล มีกันสั่นในตัวอย่างที่บอกไป, ถ่ายวีดีโอ 4K, หน้าจอ Tilt แบบ GFX ได้ คือมันเหมือน Fujifilm GFX มาก ๆ ในเรื่องระบบ เว้นตัวเซ็นเซอร์นะครับที่ยังเป็น APS-C ไม่มี Medium Format

สำหรับกันสั่นเป็นอะไรที่ Fujifilm ตั้งใจนำเสนอมาก เพราะมันชดเชยได้ถึง 5.5 Stops ครับ ทำให้กล้องตัวนี้ถือด้วยมือแล้วเดินถ่ายวีดีโอได้ดีเลย ใครที่อยากเอาไว้ใช้ถ่ายงาน Production เน้นทำงานหาเงินก็จัดการได้เลยครับ

จุดเด่น Fujifilm X-H1

  • ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล
  • มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง 5.5 Stops
  • ความสามารถเรือธงของ Fujifilm
  • ISO 51200
  • ระบบโฟกัสแม่นยำมาก ๆ
  • หน้าจอ Tilt แบบ 3 ทิศทาง แบบ GFX

จุดด้อย

  • บอดี้เป็นทรงใหญ่ เน้นทำงาน (ที่จริงเป็นข้อดีที่อาจจะเป็นข้อด้อยสำหรับบางคน)

Fujifilm X-T2

Fujifilm X-T2

กล้องตัวเด็ดสุดในเซ็นเซอร์ APS-C ของ Fujifilm เก่งมาก ๆ ความละเอียดสูง รัวได้ยับ เป็นกล้องที่ถ่ายยังไงก็ได้ภาพ ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพต่อเนื่องแบบจัดเต็มได้ที่ 14 ภาพต่อวินาที มีระบบ Phase Detection เยอะเลย 325 จุด เป็นกล้องที่เกิดมาถ่ายในสาย Sport อย่างยิ่งเลยแหละ

นอกจากนี้การออกแบบตัวบอดี้เองยังเป็นสไตล์ Retro ดูหล่อ ๆ หน่อย แล้วก็หน้าจอปรับปรับองศาได้ คือเป็นกล้องตัวสุดที่หลายคนชอบมาก มันเล็ก เบา ลุยงานหนักได้ แต่ก็มีประเด็นบ้างนิดหน่อยก็คือว่า Fujifilm ยังไม่ได้ทำกันสั่นจ้า กล้องตัวนี้ไม่มีกันสั่นนะครับ อาจจะเหนื่อย ๆ หน่อยถ้าอยากถือกล้องด้วยมือในความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ๆ ก็อาจจะทำได้ไม่ดีเท่ากล้องที่มีกันสั่นเนอะ

จุดเด่น

  • ความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล ถ่ายได้รัว 14 เฟรม เป็นกล้องที่ใช้สนุกมาก
  • มีกริ๊บหล่อ ๆ ใส่กับตัวกล้อง และใช้งานได้สะดวกขึ้นจริง
  • Fujifilm ชำนาญเรื่องการทำเลนส์ APS-C นะ และราคาเลนส์เกรดโปรมันก็ไม่ได้สูงมากจนเกินเอื้อมเลย
  • ดีไซน์ขาดมาก คือเด็ดจัด มันหล่อ น่าใช้งาน ใช้สนุก กล้องน้อยตัวที่จะดูโปรแล้วดูหล่อที่จะพกไปเที่ยวทุกวันได้ กล้องตัวนี้ให้ได้หลายอย่างมาก
  • ถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้ ความละเอียดก็เนี๊ยบเหมือนกัน
  • มีความสามารถพวก Film Simulate ใครอยากไปสายโทนฟิล์มนิยมไม่ต้องเหนื่อยเลย มันมีให้ในกล้อง

จุดด้อย

  • มันไม่มีกันสั่น โอ้ยยยย

Fujifilm X-T2 กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

ความเก่งของกล้องตัวนี้เด็ดพอจะไปรับงานได้สบายครับ แต่ว่าด้วยราคาตัวกล้องและเลนส์มันไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับกล้องในระดับโปร เลยทำให้กล้องตัวนี้เนี่ยได้รับความนิยมสำหรับบุคคลทั่วไปที่รักการถ่ายภาพด้วย ด้วยการออกแบบที่มันหล่อ มันใช้งานได้ดี และเลนส์ที่มันคมกริ๊๊บ มีให้เลือกทุกระยะที่มีเลยแหละ เป็นอีกหนึ่งกล้องถ้าใจรักฟูจิฟิล์มแล้วอยากได้กล้องที่สเปคยอดเยี่ยมแบบนี้ จัดกันได้เลยครับ

Fujifilm X-T2 ราคา 69,990 บาท น่าจะลดลงเยอะอยู่นะตอนนี้ ผมเราราคาเต็มมาครับ ลองถามตามร้านดูได้เลย

Fujifilm X-E3

กล้องที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานเป็นกล้องสไตล์ Mimimal ที่ดูเรียบ ๆ แต่มันใส่อะไรไว้เยอะเลย ผมชอบแอบมองว่ามันคือ X-T2 ในดีไซน์ของ Range Finder ความละเอียดกล้องตัวนี้ 24.3 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้ ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 14 เฟรมต่อวินาที คือมันเหมือน X-T2 มาก ๆ มีความสามารถ Film Simulate เข้าไปอีก คือมันเป็นกล้องตัวเด็ดตัวนึงเลยที่เป็นสไตล์ Retro Minimal แบบนี้

สำหรับกล้องตัวนี้ควรมองไปทางด้านการออกแบบมากกว่า เพราะว่ามันเน้นให้กับคนที่ชอบถ่ายภาพสไตล์ Street มาก ๆ เพราะมันดูไม่เตะตา ไม่ใหญ่เกินไป ไม่ได้โดดเด่นจนทำให้บรรยากาศเสียเวลาที่ยกกล้องขึ้นมา ลองยกกล้องขึ้นเวลาที่ใช้กล้องโปร ๆ ดู ส่วนใหญ่บรรยากาศก็เปลี่ยนไปเพราะตัวกล้อง ดังนั้น Fujifilm X-E3 เลยตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ขึ้นมาครับ

จุดเด่น

  • มันคือ Fujifilm X-T2 ในแบบ Range Finder สไตล์ Minimal เลยแหละ
  • มี Joy Stick เลือกจุดโฟกัสได้โคตรสะดวกมาก ๆ
  • Learning Curve กล้องตัวนี้ไม่เยอะ ใช้งาน จับแปป ๆ ก็เริ่มใช้ได้สนุกแล้วครับ
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 14 ภาพต่อวินาทีเหลือเฟือ
  • ถ่ายวีดีโอความละเอียดในระดับ 4K

จุดด้อย

  • มันไม่มีกันสั่นอีกแล้วววว >___<

Fujifilm X-E3 กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร

ใครที่ชอบกล้องประสิทธิภาพสูง ๆ ในสไตล์ที่ดูเรียบง่าย เน้นถ่าย Street กล้องตัวนี้ยอดเยี่ยมเลย หรือว่าใครชอบท่องเที่ยวแล้วอยากได้กล้องเบา ๆ เก่ง ๆ ตัวนี้ก็ตอบโจทย์เหมือนกัน เพราะว่าเขาออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา แล้วมันเรียบง่าย มันไปได้ทุกที่ครับ แล้วสไตล์ Range Finder แบบนี้มันหล่อเวลายกขึ้นมาถ่ายภาพ สนุกไปอีกแบบ เรื่องคุณภาพและความสามารถไม่มีอะไรติดเลย มันดีนะ

Fujifilm X-E3 ราคา 42,990 บาท เมื่อซื้อเป็นชุดคิทนะ

Olympus OM-D E-M1 Mark II

Olympus OM-D E-M1 Mark II

กล้องถ่ายภาพในระดับ Professional บนเซ็นเซอร์ขนาด Micro 4/3 ที่ให้ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เป็นกล้องที่โฟกัสได้รวดเร็วมาก ถ่ายสนุก แล้วก็กันสั่นยอดเยี่ยมมาก ผมรู้สึกว่าตั้งแต่ถ่ายภาพมากล้องที่กันสั่นดีมาก ๆ อย่างเห็นได้ชัดก็เป็น Olympus เนี่ยแหละ เป็นจุดขายที่ยอดเยี่ยมมากในเรื่องกันสั่นที่ทำได้ดีตั้งแต่รุ่นเล็ก

พอเป็นกล้องตัวนี้เนี่ยมันจัดเต็มทุกอย่าง ถ่ายภาพต่อเนื่องได้รวดเร็วสุด ๆ  18 ภาพต่อวินาที พร้อมบอดี้ที่ลุยได้ทุก ๆ สภาพวะ กันฝน กันฝุ่น สุดยอดเลยแหละ

จุดเด่น

  • กล้องตัวนี้โฟกัสเร็ว ความละเอียดสูง
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 18 ภาพต่อวินาที
  • ระบบกันสั่นทำงานได้ดีมาก สูงสุดที่ 6.5 Stop ที่ใช้งานได้เวิร์คมาก
  • ถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้ เมื่อใช้งานร่วมกับกันสั่นเนี่ยก็ตัวสุดเลยแหละ

จุดด้อย

  • เซ็นเซอร์ขนาด Micro 4/3 บางคนอาจจะไม่ชอบเวลาเจอพื้นที่แสงน้อย
  • ราคากล้องอาจจะเทียบเท่ากล้องเรือธงบนเซ็นเซอร์ใหญ่กว่า พวก APS-C หรือไม่ก็ Full Frame ระดับเริ่มต้น

Olympus OM-D E-M1 Mark II เหมาะกับใคร?

กล้องตัวนี้เหมาะกับคนที่รับเรื่องเซ็นเซอร์ขนาด 4/3 ได้ครับ เรื่องภาพถ่ายไฟล์มันดีมากนะ แต่เรื่องของราคาอย่างที่บอกไป บางคนอาจจะมองว่าไปเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่านี้ดีไหม ผมอยากแนะนำว่าควรเอาเรื่องของความชอบมาเป็นที่ตั้งก่อน ว่าเราอยากได้กล้องที่ตอบโจทย์ความรู้สึกเราแบบไหน ถ้าผมมองในมุมกล้องตัวนี้อย่างที่มันเป็น มันทำงานได้ดีมาก ๆ นะ เป็นกล้องที่ใช้สนุก ไฟล์มีความละเอียด ไฟล์ไม่ใหญ่มาก รัวได้ยับ กันสั่นใช้ได้ดีด้วย ที่สำคัญเลนส์ Olympus มันไม่ได้แพงอะไรมากเลย เพราะด้วยที่มีขนาดเล็ก เที่ยวได้สนุก น้ำหนักไม่เยอะ

4.กล้องสายเซลฟี่ เน้นชิล ภาพสวย

Fujifilm X-A5

กล้องเซลฟี่รุ่นล่าสุดจากทาง Fujiflim ซึ่งให้ความสามารถในการถ่ายฟรุ้งฟริงมาก หลายคนก็รอคอยกล้องรุ่นนี้ อีกทั้งยังมี BNK 48 มาเป็น Presenter ด้วย โดยความละเอียดของ Fujiflm X-A5 ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมหน้าจอทัชสกรีน สามารถใช้โหมดหน้าเนียนได้ มีโหมด 4K Burst สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องคล้าย ๆ 4K Photo ได้เลย มีโหมดติดตามใบหน้าและดวงตาครับ

ความดีงามของกล้องตัวนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง มันโอเคมากในกลุ่มกล้อง Selfie ยอดนิยม ปีนี้เขาทำการตลาดได้ดีมาก ๆ เลย ถ้าใครเลือก Fujifilm X-A5 แล้วล่ะก็ไม่ผิดหวัง บางคนถามว่า Fujifilm X-A3 และ Fujifilm X-A5 ต่างกันแค่ไหน อันนี้ต้องรอรีวิวแบบละเอียดออกมานะ แต่คร่าว ๆ คือดีกว่ามากเรื่องระบบใหม่ที่ถูกปรับปรุงมา โดยเฉพาะการโฟกัสที่แม่นยำขึ้นมาก ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของกล้องทุกรุ่นอยู่แล้ว

จุดเด่น Fujifilm X-A5

  • Selfie สนุก ความละเอียดสูงมาก
  • ระบบโฟกัสใหม่ แม่นยำกว่าเดิม
  • โหมดหน้าเนียนที่ถูกปรับปรุงใหม่
  • มีโหมด 4K Burst

Panasonic Lumix GF10 กล้องเซลฟี่ เล็ก เบา สบาย ใช้งานง่าย

panasonic lumix gf10

กล้อง Panasonic Lumix GF10 เป็นกล้อง Selfie สำหรับผู้หญิงที่มีขายเฉพาะในเอเชียเท่านั้น ซึ่งเป็นกล้องที่ถูกออกแบบโดยการใช้พฤติกรรมผู้หญิงโซนเอเชียในการออกแบบมาเป็นพิเศษ แน่นอนว่าความสุดยอดของกล้องตัวนี้คือเด่นสุด ๆ ในเรื่องการถ่ายภาพ SELFIE นั่นเอง

การออกแบบของ Panasonic Lumix GF10 ตัวนี้เน้นดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่น แล้วก็น่ารักมาก ๆ มีให้เลือกหลายสีเลย แล้วความละเอียดที่มากับกล้องตัวนี้คือ 16 ล้านพิกเซล แบบไม่มี Low Pass Filter นั่นคือว่ามันสามารถที่จะให้ภาพได้อย่างคมกริบมาก ๆ เลย แม้ว่าจะเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าเนียนก็ตาม

นอกจากนี้ความเร็วในการโฟกัสของกล้อง Panasonic Lumix GF10 นั้นยังให้ความเร็วที่ 0.07 วินาที คือเร็วมาก ๆ แล้วก็มาพร้อมระบบโฟกัสแบบ Contrast Detect AF และ DFD ถึง 49 จุดนั่นเอง ทางด้านการถ่ายวีดีโอ ถ่ายต่อเนื่องได้ 5.8 ภาพต่อวินาทีถ้าเป็น Shutter กลไก แล้วก็ถ่ายต่อเนื่องที่ 10 ภาพต่อวินาทีถ้าเป็นชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบการถ่ายวีดีโอยอดมาก ให้ความละเอียดที่ 4K สไตล์ Panasonic เลยเพียบ แล้วมันมีโหมดหน้าเนียนแบบปรับระดับบมาให้พร้อมเลย

รีวิว Panasonic Lumix GF10

จุดเด่น Panasonic Lumix GF10

  • ถ่าย Selfie ได้เต็มรูปแบบ คือเป็นกล้องที่แทบจะสวยที่สุดแล้วสำหรับกล้องกลุ่ม Selfie แบบนี้
  • ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เพียงพอต่อการถ่ายภาพทุกแนว
  • สามารถที่จะถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้ แบบไม่มีกั๊กเลย เนี๊ยบ ๆ
  • เป็นกล้องขนาดเล็ก เหมาะกับผู้หญิง

ข้อด้อย Panasonic Lumix GF10

  • ผู้ชายใช้อาจจะไม่ค่อยสนุกเพราะว่าขนาดเล็กนั่นเอง

Panasonic Lumix GF10 เหมาะกับใคร

  • กล้อง Panasonic Lumix GF10 ตัวนี้เหมาะกับคนที่ชอบ Selfie ชอบกล้องขนาดเล็ก เบา ถ่ายภาพได้สนุก แล้วราคาก็ไม่สูงครับ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะถ่าย 4K ได้แบบเนี๊ยบ ๆ อีกด้วย

Panasonic Lumix GF 10 ราคา 23,990 บาท

 

Olympus E-PL9 กล้อง Mirrorelss Entry สำหรับค่าย Olympus ที่เหมาะกับมือใหม่อย่างยิ่ง

olympus epl9

กล้อง Olympus E-PL9 เป็นกล้องสำหรับมือใหม่ ดีไซน์ย้อนยุคสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพแบบทั่วไป แต่ Olympus ก็ยังเน้นความเป็นกล้อง Selfie เอาไว้ด้วย ข้อเด่นของกล้องตัวนี้คือ Olympus เนี่ยให้ระบบกันสั่นในตัวมาแบบ 3 แกน ที่นิ่งพอสมควรเลย แล้วก็ให้ความละเอียดมาที่ 16 ล้านพิกเซล ทีนี้ จุดเด่นมันก็อยู่ตรงที่ระบบเลนส์ แม้ว่า Olympus E-PL9 จะเป็นกล้องที่อยู่ในระดับเริ่มต้นเองก็ตาม แต่ก็ยังสามารถที่จะใช้เลนส์ชุดเดียวกับกล้องระดับโปรของค่ายเลยด้วย

นอกจากนี้ Olympus E-PL9 ยังให้ความสามารถในการถ่ายวีดีโอแบบ 4K มาด้วย สำหรับคนที่ชอบถ่ายทั้งภาพนิ่งและวีดีโอก็สามารถที่จะได้ความละเอียดไปแบบเต็ม ๆ มีการปรับ Interface เพิ่มมากขึ้นทำให้ใช้งานง่าย แล้วนอกจากนี้โหมดถ่ายภาพในกล้อง Olympus E-PL9 ยังทำได้ดีมาก ๆ อีกด้วย เช่น AP Mode ที่ทำให้สามารถถ่ายภาพแบบโปรได้แม้ว่าเราจะเป็นมือใหม่ คือเราให้กล้องคิดในการตั้งค่าให้นั่นเองครับ

สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ในกล้อง Olympus E-PL9 ตัวนี้ก็ยังทำได้ดียอดเยี่ยมมาก ๆ เหมือนกันด้วยนะ อ้อลืมบอกไป กล้องรุ่นนี้สามารถที่จะถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 8.6 ภาพต่อวินาที ทำให้สามารถที่จะถ่ายภาพสนุก ๆ ได้สบายใจเลยล่ะ

รีวิว Olympus E-PL9

จุดเด่นของ Olympus E-PL9

  • เป็นกล้อง Selfie ที่ใช้งานสนุก ให้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • มีระบบกันสั่นในตัวกล้องแบบ 3 แกน
  • หน้าจอปรับมุมมอง Selfie ได้
  • มีการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi
  • มีโหมดถ่ายภาพแบบมือโปรให้ ช่วยให้เราถ่ายภาพได้ง่าย ๆ
  • สามารถที่จะใช้ Art Filter สำหรับตกแต่งรูปได้
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 6 ภาพต่อวินาที

จุดด้อยของ Olympus E-PL9

  • น่าจะให้ช่องมองภาพมาด้วย

Olympus E-PL9 เหมาะกับใคร

  • กล้องรุ่นนี้เหมาะกับมือใหม่ที่ชอบกล้อง Olympus แล้วอยากจะได้กล้องดีไซน์ที่เน้นความสวยควบคู่ไปกับภาพถ่ายที่เนียนกริ๊บ กล้องตัวนี้โดดเด่นมากเลยนะ แล้วก็ยังทำให้เราสามารถถ่ายภาพนิ่งแล้วก็วีดีโอแบบดี ๆ ได้เลยครับ

Olympus E-PL9 ราคา 24,900 บาท

Fujifilm X-A3

Fujifilm X A3

 

กล้องเซลฟี่ที่กระแสเริ่มเงียบแล้วแต่มันก็ยังเป็นกล้องที่ Selfie ได้ดีมาก ๆ อยู่ ด้วยโหมดหน้าเนียน (ถึงแม้หลายคนจะชอบ X-A2 มากกว่า) แต่มันให้รายละเอียดได้ดีมากแม้จะเปิดโหมดหน้าเนียนก็ตาม เป็นกล้องที่ใช้งานสนุกตัวนึง ถึงหลายคนมองว่าเป็นกล้อง Selfie นะ แต่เอาจริง ๆ มันก็คือกล้อง Mirrorless ที่ถ่ายภาพได้เก่งตัวนึงเลย

เพราะด้วยเซ็นเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียดที่ 24 ล้าน ถ้าจับเลนส์ดี ๆ ได้เนี่ยก็โหดเอาเรื่องเหมือนกัน เป็นกล้องตัวนึงที่อยากให้ลองเล่นเลย ถ้าหากว่าเป็นคนที่เพิ่มเริ่มเล่นกล้อง กล้องตัวนี้จะถ่ายได้หลากหลายมากทั้งผู้ชายและผู้หญิงครับ

จุดเด่น

  • จอพับ Selfie ได้สะดวก
  • ความละเอียดสูง มีโหมดหน้าเนียน
  • หน้าจอทัชสกรีนได้
  • มีคำสั่งพวก Film Simulation แต่งโทนฟิล์มได้

จุดด้อย

  • มันไม่ฟรุ้งฟร้ิ้งเหมือน X-A2 เนอะ

Fujifilm X-A3 กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

เหมากับคนที่ชอบถ่ายภาพ Selfie เป็นหลักและอัพภาพขึ้น Social เลย เพราะว่ากล้องนี้มันใช้ได้สนุกเหมือนกันนะ ยิ่งได้เลนส์ดี ๆ ก็เหมือนกล้อง Mirrorless ระดับกลางตัวนึงเลยแหละ อีกทั้งการออกแบบมันสวยฟรุ้งฟริ้งด้วย

Fujifilm X-A10

Fujifilm X-A10

กล้อง Selfie อีกรุ่นนึงเหมือนกันที่มีโหมดหน้าเนียน แต่ในราคาที่น่ารักกว่า ซึ่งได้ถูกปรับปรุงให้มัน “เนียนมากขึ้น” สำหรับคนที่อาจจะไม่พอใจกับรูปแบบความเนียนของ X-A3 ก็ต้องลองมองตัวนี้ดู สำหรับผมมองว่ามันก็ใช้ได้โอเคเหมือนกันนะ

จุดเด่น

  • ราคาไม่เกิน 2 หมื่น ได้กล้อง APS-C พร้อมโหมดหน้าเนียน ความละเอียด 16 ล้านถือว่าคุ้มมาก

จุดด้อย

  • มันเหมาะกับคนที่ถ่ายภาพทั่วไป เน้นความสนุกมากกว่า ถ้าจริงจังอาจจะถ่ายได้ไม่สนุกเท่าไหร่นัก

Fujifilm X-A10 กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่อยากได้กล้อง Selfie ที่ราคาไม่แพง เริ่มต้นได้ไม่ถึงสองหมื่น ยิ่งหามือสองก็จะได้ราคาที่น่ารักกว่านี้ครับ แต่มันเหมาะกับเป็นกล้องเที่ยว กล้องถ่ายสนุกทั่วไปมากกว่าครับ

Olympus E-PL8

กล้อง Selfie ที่ออกแบบมาได้หรู ดูเนี๊ยบมากสำหรับ Olympus E-PL8 มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ในกล้องรุ่นเล็ก ๆ Olympus เจ๋งนะคือไม่กั๊กสเปคเลย พวกกันสั่น คำสั่งแต่งภาพใส่มาให้หมด เป็นกล้องสำหรับเที่ยวได้สนุกจริง ๆ แหละ

นอกจากนี้ถ้าใครจะเอาไปถ่ายภาพจริงจังเลย มันก็ทำได้นะ เพราะความสามารถมันก็ไปถึงเหมือนกัน อารมณ์เดียวกับพวก Olympus OM-D E-M10 Mark III ครับ แต่ตัวนี้ออกแบบให้ใช้งานสนุกเป็นหลัก เน้นเซลฟี่ จอทัชสกรีน

จุดเด่น

  • ความละเอียด 16 ล้าน ไม่กั๊กกันสั่นแม้จะเป็นกล้อง Selfie
  • Olympus มีเลนส์ให้เลือกเยอะ น้ำหนักเบา โฟกัสเร็ว ภาพคมมาก
  • เป็นกล้องที่ออกแบบมาให้ดู Casual น่าใช้งานมากจ้า

จุดด้อย

  • ยุคนี้ไม่ค่อยม่ีใครเล่นกล้อง Selfie เท่าไหร่ ความนิยมมันลดลงอ่ะนะ

Olympus OM-D E-PL8 เหมาะกับใคร?

ผมว่าเหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวในวันสบาย ๆ แล้วอยากได้กล้องตัวเล็ก ๆ ที่ถ่ายภาพได้หลากหลาย กล้องตัวนี้ให้ทั้งความสนุกภาพสวย มีกันสั่นใจตัวด้วย พร้อมทั้งโหมดถ่ายภาพสีต่าง ๆ อีกเยอะเลย ลองดูว่าเราชอบสายเซลฟี่ไหม ถ้าชอบกล้องตัวนี้ก็เป็นหนึ่งในกล้องที่น่าใช้งานมาก ๆ เลยแหละ

Panasonic Lumix GF9

กล้อง Selfie เซ็นเซอร์ขนาด Micro 4/3 ที่ให้รายละเอียดภาพได้ดีมาก คือถ่ายภาพได้หลากหลายแนว จอพับ รองรับคำสั่งทัชสกรีน เป็นกล้องที่ดูเรียบง่ายมาก แล้วกล้องตัวนี้ออกแบบมาให้เข้ากับคนเอเชีย เพราะเอาวิเคราะห์เอาลักษณะของการถ่าย Selfie ในบ้านเรามาทำกล้องนั่นเองครับ

กล้องตัวนี้มีความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซล แล้วจัดเต็มความสามารถ 4K เพื่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะในเรื่องการถ่ายภาพ Selfie ถ้ายังจำกันได้พวก 4K Photo มันถ่ายได้ 30 เฟรมต่อวินาที ไม่แค่นั้น มันใช้แบบ Selfie ได้ด้วย ทำให้สามารถที่จะเก็บภาพ Selfie ได้แบบเนี๊ยบ ๆ ไม่มีพลาดหลับตาตอนถ่ายแน่นอนอ่ะ เพราะเราเลือกได้ตามใจ

จุดเด่น

  • เป็นกล้องสำหรับสาย Selfie จริง ๆ จัง ๆ เลย
  • ดีเทล์สวยนะ ถึงแม้จะเปิดหน้าเนียนแต่มันก็ยังเก็บรายละเอียดดีมาก
  • เลนส์ Panasonic มีให้เลือกเยอะ ใช้ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ละลายสวยเลย

จุดด้อย

  • ถ้าซื้อกล้องได้ตัวเดียวแล้วผู้หญิงเลือกตัวนี้ คุณอาจจะคาใจหน่อย เพราะกล้องมันน่ารักมากเกินกว่าหนุ่ม ๆ จะถือ 555

 

Panasonic Lumix GF9 กล้องรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ Selfie เป็นการเป็นงานเลย 55 มันใช้งานได้สนุก มีโหมดถ่ายรูปได้เยอะ ขนาดก็ออกแบบสำหรับผู้หญิงเลย คือมันเล็ก พกถ่าย ไปไหนก็สะดวก ถ่ายได้สนุกครับ

5.กล้องตกรุ่นที่คุณภาพดี อดีตเทพ ตอบโจทย์ได้ ราคาโคตรดีย์ ต่อรองกับร้านได้เยอะ สามรุ่นนี้ผมจะมาอัพเดตเพิ่มอีกทีนะครับ เพราะทำมาหลายวันแล้ว แต่อยากลิสต์ว่าถ้าอยากซื้อสามรุ่นนี้ ต่อรองร้านค้าได้เยอะนะ

Sony A5100

อีกหนึ่งกล้อง Selfie ในตำนานที่มีกระทู้ถามมามากมาย และถูกนำไปเทียบกับกล้องใน Segment เดียวกันมาหลายปี เพราะกล้องรุ่นนี้ไม่ได้กั๊กสเปคมาแม้แต่น้อย ทำให้กล้องตัวนี้แม้จะดูตกรุ่น แต่สเปคแล้วมันยังสู้กับรุ่นใหม่ ๆ ได้สูสีเลย

Sony A5100

Sony A5100 มีความละเอียดอยู่ที่ 24.3 ล้านพิกเซล หน้าจอแบบ Tilt เพื่อถ่าย Selfie ได้ Fast Hybrid AF with 179 phase-detection points คือมันสเปคไม่ธรรมดา แล้วถ้าไม่รู้ว่ากล้องรุ่นนี้ออกมาสักระยะนึงแล้วเนี่ยสเปคมันก็พอ ๆ กับกล้องรุ่นใหม่นั่นแหละครับ ส่วนทางด้าน WiFi, NFC มันก็ยังมีเหมือนรุ่นใหม่เป๊ะล

ที่สำคัญที่จะไม่พูดไม่ได้คือ Sony A5100 มีโหมดถ่ายภาพหน้าเนียน หรือบ้านเราเรียกโหมดฟรุ้งฟริ้งนั่นแหละ ทำให้ภาพดูเนียน สวย และรายละเอียดดี จะว่าไงดีทั้งระบบโฟกัสทั้งโหมดหน้าเนียนพวกนี้มันมาหมดนะ เป็นกล้องที่ดีตัวหนึ่งเลย แล้วโปรโมชั่นมาแรงเรื่อย ๆ เพราะยิ่งนานปียิ่งถูก

ข้อดี

  • ความละเอียดสูง 24.3 ล้านพิกเซล มันเยอะเท่ากับกล้องรุ่นใหม่เลย
  • ระบบโฟกัสเทพมาก 179 จุด Phase Detection
  • มีโหมดหน้าเนียน
  • หน้าจอพับ Selfie ได้สบาย
  • สามารถเชื่อมต่อ NFC, WiFi
  • โปรโมชั่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่ากล้องหลายปีแล้ว (แต่สเปคเด็ดอยู่)

ข้อเสีย

  • ออกมาหลายปีแล้วบางคนไม่ชอบ

Sony A6000

อีกหนึ่งกล้องที่ออกมาสักพักใหญ่มาก แต่ว่าความโดดเด่นเรื่องของการถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอยังเนี๊ยบอยู่ก็คงเป็น Sony A6000 คือถ้าเบอร์เราจะไม่โดดไปไกลถึง A6300 ก็มา A6000 ครับ ประหยัดงบได้มากกว่าแถมยังได้คุณภาพที่โอเคไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะกล้องตัวนี้ให้ความละเอียดที่ 24.3 ล้านพิกเซล

Sony A6000

แล้วก็รัวได้ถึง 11 ภาพต่อวินาที ซึ่งมันเยอะมากพอสำหรับงานภาพนิ่งเลยแหละ มีระบบโฟกัส Phase Detection 179 จุด หน้าจอแบบ Tilt ได้ครับ ถ่ายวีดีโอ Full HD ได้ คือถ้าใครไม่เล่นวีดีโอแบบโหดมากตัวนี้ก็โอเคมาก ๆ เลยครับ

ข้อดี

  • ความละเอียดสูง 24.3 ล้านพิกเซล เหมือนกล้องรุ่นใหม่ยุคนี้เลย
  • รัวได้ 11 ภาพต่อวินาที
  • มีระบบ Phase Detection 179 จุด
  • หน้าจอปรับมุมมองได้

ข้อเสีย

  • วีดีโอไม่ 4K นะ ได้แค่ Full HD
  • รุ่นเก่าแล้ว บางคนไม่ชอบ

Leave a Reply